สน.ยานนาวาจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ ร้านเอสแอนด์พี

2 ก.ย. 2556
เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2556 เวลา 06.00 น.  พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ พงส.ผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ยานนาวา ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ต.เจตน์ จินารัตนโชติ สวป.สน.ยานนาวา ว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านเอสแอนด์พี สาขา รพ.เซนต์หลุยส์ ถนนสาธรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาธร จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นร้านเอสแอนด์พี อยู่ชั้นล่างของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่พบ น.ส.จุฑามาส สนิท ผู้จัดการร้าน ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ จากนั้นจึงได้เข้าไปตรวจสอบในร้านพบว่าห้องผู้จัดการร้านถูกคนร้ายรื้อค้นกระจุยกระจาย และเงินที่เก็บไว้ในตู้เก็บของหายไป 

ส่วนตู้ที่เก็บตู้เซฟถูกเปิดออก แต่เซฟยังอยู่ที่เดิม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบที่ห้องสโตร์ แล้วใช้กุญแจพยายามไขเข้าไป แต่ไขไม่ได้ คาดว่าคนร้ายน่าจะยังอยู่ภายในห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงพยายามเปิดจนสำเร็จ และพบ

นายบำรุง ปราบไพริน อายุ 29 ปี 

สวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงยีนขายาว สวมหมวกคลุมสีดำ คล้ายหน้ากากแบทแมนปิดบังใบหน้า สวมถุงมือสีดำ ในมือถือมีดคัตเตอร์ สะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลพาดข้าง เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมทันที

จากการตรวจสอบภายในกระเป๋าพบธนบัตรไทยใบละ 500 บาท จำนวน 2 ฉบับ ธนบัตรไทยราคา 100 บาท จำนวน 190 ใบ ธนบัตรไทยราคา 20 บาท จำนวน 210 ใบ เหรียญราคาต่างๆ ประมาณ 1,500 บาท รวมจำนวนเงินทั้งหมด 24,200 บาท ไขควง 1 อัน และมีดคัตเตอร์ 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.ยานนาวา

เบื้องต้นนายบำรุง ให้การอ้างว่า เรียนจบระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเคยเป็นพนักงานอยู่ที่ร้านดังกล่าวได้ประมาณ 1 ปี จากนั้นก็ลาออกมาได้ประมาณ 1 เดือน รู้ช่องทางการเข้า/ออกและที่เก็บเงินภายในร้านเป็นอย่างดี จึงเลือกเข้ามาก่อเหตุ โดยเวลาประมาณ 02.30 น. ขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน ฬษอ-731 กทม.มาจอดบริเวณมุมอับข้างร้านติดห้องน้ำ 

จากนั้นปีนขึ้นกำแพงมุดเข้าตรงช่องระบายอากาศของห้องน้ำ ก่อนปีนเข้าไปลงตรงห้องผู้จัดการ แล้วรื้อค้นข้าวของก่อนหยิบเงินที่อยู่ในตู้และพยายามเปิดตู้เซฟแต่ไม่สำเร็จ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย พร้อมเสียงเจ้าหน้าที่ เลยไม่สามารถออกมาได้ทำให้ต้องหลบซ่อนภายในสโตร์เก็บของไปไหนไม่ได้ กระทั่งจับกุมในที่สุด ซึ่งปกติตนชอบเที่ยวเตร่ตามร้านอาหารชื่อดัง บวกกับตกงานทำให้ขาดรายได้เลยคิดสั้นก่อเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถานกางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางที่ไม่ประสงค์จำนงให้เป็นทางเข้าโดยใช้ยานพาหนะทางเจ้าหน้าจะนำตัวมาขยายผลว่าเคยก่อเหตุที่พฤติกรรมแบบนี้ที่ใดมาก่อนหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ที่มา นสพ.เดลินิวส์ออนไลน์ เมื่อ 31 ส.ค.2556
Read more ...

ฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา จับแก๊งลักรถ จยย.PCX

8 ส.ค. 2556
 
 
 
ชุดสืบสวน สน.ยานนาวา จับแก๊งลัก จยย.ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ได้ผู้ต้องหา 3 ราย ยึดของกลาง 12 คัน สารภาพเคยเป็นช่างซ่อมประจำอู่มาก่อน และเคยติดคุกมาแล้วในคดีรับของโจร

วันนี้ (8 ส.ค.2556)

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6
พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม ผกก.สน.ยานนาวา
ร.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประชุมราช สว.สส.สน.ยานนาวา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.ยานนาวา 


แถลงผลจับกุม

1. นายวิทยา หรือ ไก่ ว่องวุฒิ อายุ 46 ปี

2. นายเทิดศักดิ์ หรือ เปา สุวรรณประทีป อายุ 34 ปี และ

3. น.ส.พรพิมล หรือ โอ๋ ธงสวัสดิ์ อายุ 23 ปี


พร้อมของกลาง

- รถจักรยานยนต์ จำนวน 12 คัน
- แผ่นป้ายทะเบียนรถ จยย.จำนวน 20 แผ่น
- อุปกรณ์ในการลบและแก้ไขเลขเครื่องรถ จยย.พร้อม
- อุปกรณ์ดัดแปลงตัวถังรถจักรยานยนต์หลายรายการ 


จับกุมตัวนายวิทยา ได้ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 26 ซ.จันทน์ 16 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร

จับกุมตัวนายเทิดศักดิ์ พร้อม น.ส.พรพิมล ได้ที่ บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซ.ท่าข้าม 8 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

พล.ต.ต.วัลลภ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลาประมาณ 05.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ยานนาวา ออกตรวจตราบริเวณศูนย์การค้าวรรัตน์ พบเห็น นายวิทยา หรือไก่ และ นายป๋อง ไม่ทราบชื่อนามสกุล (หลบหนี) กำลังใช้อุปกรณ์งัดแงะบริเวณช่องเสียบกุญแจ ของ

รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาวแดง ทะเบียน อยข 942 กทม.

ซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 26 ซอยจันทน์ 16 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยสามารถจับกุมนายวิทยา หรือ ไก่ ได้พร้อมกับ

- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีแดงดำ ทะเบียน ฬธม 634 กทม.และ
- อุปกรณ์ที่ใช้งัดแงะ 


ส่วนนายป๋องหลบหนีไปได้พร้อมรถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุลักทรัพย์

จากการสอบสวน นายวิทยา ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเคยเป็นช่างซ่อมประจำอู่มาก่อน แต่เนื่องจากอู่ปิดกิจการจึงไม่มีอาชีพ ก่อนจะโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับเมื่อปี 2540 ในข้อหารับของโจร เป็นเวลา 3 ปี พื้นที่ สภ.บางเสาธง เมื่อออกจากเรือนจำบางบอน ได้มาประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งรู้จักกับนายป๋อง ตั้งแต่อยู่ในเรือนจำบางบอน และนายป๋อง เป็นคนหาเสื้อวินเบอร์ 19 มาให้

อีกทั้งอาศัยเรียนวิชาลักรถ จยย.มาจากในเรือนจำเพิ่มเติม จึงร่วมกันกับนายป๋องก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่เขต สน.ยานนาวา และพื้นที่ใกล้เคียง ทำมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี ได้รถทั้งหมดเกือบ 50 คัน ที่ยึดอาชีพลักรถ จยย.นั้น เหตุเพราะเห็นว่ารายได้ดีกว่าการรับจ้าง จะได้เงินคันละ 5,000 บาท เมื่อนำไปขายต่อกระทั่งถูกจับกุมได้


นอกจากนี้จากการสวบสวนขยายผล นายวิทยา หรือ ไก่ ได้พาไปชี้สถานที่นำรถจักรยานยนต์มาขาย

ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยท่าข้าม 8 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน

พบ นายเทิดศักดิ์ หรือ เปา และน.ส.พรพิมล หรือ โอ๋

กำลังดัดแปลงแก้ไขเลขเครื่องรถจักรยานยนต์คันที่ถูกก่อเหตุลักทรัพย์มา เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมและตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้อีกหลายรายการ

นายเทิดศักดิ์ ยังรับสารภาพอีกว่า ตนมีหน้าที่เจียรเปลี่ยนตัวเลขเครื่องคัสซีรถ และให้ น.ส.พรพิมล ทำหน้าที่ขับ รถ จยย.คันที่ดัดแปลงตัวเลขเสร็จเรียบร้อยแล้วไปให้กับ

นายบัง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ย่านปทุมธานี 

เพื่อจะนำส่งขายออกยังประเทศเพื่อนบ้านในราคาคันละ หมื่นกว่าบาท ส่วนตนทั้งสองจะได้ค่าจ้างคนละ 1,000 บาทต่อคันเท่านั้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา

- ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และข้อหารับซื้อของโจร 

ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ที่มา นสพ.ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 8 ส.ค.2556
Read more ...

สน.ปทุมวันจับแก๊งหญิงชาวเวียดนามล้วงกระเป่านักแสดงชื่อดัง

8 ก.ค. 2556
 
 
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 8 ก.ค.2556

พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รองผกก.สส.สน.ปทุมวัน 
พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ สว.สส. 

แถลงจับกุม

1. นางเหงียน ทิ ทู ฮา อายุ 45 ปี ชาวเวียดนาม

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 369/2556 ลงวันที่ 11 มิ.ย. ข้อหา

ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 

จับได้ขณะเจ้าตัวร่วมกับ

2. นางเหงียน ทิ บา อายุ 58 ปี ชาวเวียดนามอีกคน 

ก่อเหตุกรีดกระเป๋าหญิงสาวชาวมาเลเซีย เพื่อลักทรัพย์ ขณะเดินอยู่ ภายในสยามสแควร์ ซอย 2 แขวงและเขตปทุมวัน ช่วงค่ำวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พนม เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาวชาวมาเลเซีย กำลังเดินอยู่ภายในสยามสแควร์ซอย 2

ระหว่างนั้นนางเหงียน ทิ ทู ฮา ได้อาศัยช่วงคนเบียดเสียดกัน ใช้มีดกรีดกระเป๋าผู้เสียหาย หวังจะลักทรัพย์ โดยมีนางเหงียน ทิ บา ร่วมก่อเหตุ แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ซึ่งอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบ กระจายกำลังสอดส่องอาชญากรรมในพื้นที่ ผ่านมาพบเห็นเข้าพอดี จึงช่วยกันจับกุมตัวทั้งสองคนเอาไว้ได้ โดยยังไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไป

จากนั้นเมื่อควบคุมตัวมาสอบสวน ทำให้พบว่า นางเหงียน ทิ ทู ฮา มีหมายจับคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนอยู่ โดยครั้งนั้นก่อเหตุใช้มีดกรีดกระเป๋า

น.ส.ปวริศา เพ็ญชาติ หรือแหวนแหวน ดาราพิธีกรชื่อดัง 

ขณะซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ได้ โทรศัพท์มือถือไอโฟนไป 1 เครื่อง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา และภาพวงจรปิดจับภาพไว้ได้ จึงเชิญ น.ส.ปวริศา หรือแหวนแหวน มาชี้ตัว ก็พบว่าเป็นคนคนเดียวกัน เบื้องต้นนางเหงียน ทิ ทู ฮา ให้การปฏิเสธ

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำภาพวงจรปิดที่บันทึกภาพได้ขณะลงมือก่อเหตุ กรีดกระเป๋าลักทรัพย์ น.ส.ปวริศา หรือแหวนแหวน สุดท้ายก็จำนวนต่อหลักฐาน ยอมรับสารภาพในที่สุด โดยอ้างว่าโทรศัพท์มือถือไอโฟนที่ได้ไป นำไปขายที่ตลาดโรงเกลือ ในราคา 8,000 บาท และครั้งนี้ก็หวังจะได้ทรัพย์สิน เพื่อจะได้นำไปขายเช่นกัน โดยเงินที่ได้มาจะนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ที่มา นสพ.เดลินิวส์ เมื่อ 8 ก.ค.2556 
Read more ...

จับกุมลักลอบจำหน่ายสินค้าละเมิดลิขสิทธิ์

26 พ.ค. 2556
 
 
ตำรวจชุดเฉพาะกิจ บช.น.ร่วมกัน บก.น.6 แถลงข่าวจับกุมผู้ต้องหาละเมิดลิขสิทธิ์พร้อมของกลางสินค้าหลายรายการ มูลค่ากว่า 15 ล้านบาท

เมื่อ 22 พ.ค.2556 เวลา 18.30 น. ที่ห้องประชุม สน.จักรวรรดิ

พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติ ศรีวรขาน ที่ปรึกษา (สบ 10) ผอ.ปลป.ตร.
พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6
พ.ต.ท.ดุสิต วาลีประโคน รรท.รอง ผกก.สส. สน.สุทธิสาร พร้อม
เจ้าหน้าที่ชุดเฉพาะกิจการปราบปรามการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญา บช.น. 


แถลงผลการจับกุม

1. นายสมชาย วสุวัฏฏกุล อายุ 49 ปี และ

2. นายอานนท์ สีมะโนดาษ อายุ 19 ปี 

พร้อมของกลาง

-สินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า ยี่ห้อ 5.11 tactical ของสหรัฐอเมริกา ได้แก่ รองเท้า 1,500 คู่
เสื้อผ้า กางเกง และอุปกรณ์ต่างๆ 15,000 ชิ้น
รวมมูลค่ากว่า 15,000,000 บาท


พล.ต.อ.เฉลิมเกียรติกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนได้สืบทราบว่ามีการลักลอบจำหน่ายสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้า ก่อนขอหมายค้น และตรวจสอบนำโดย

พ.ต.ท.ดุสิต วาลีประโคน รรท.รอง ผกก.สส.สน.สุทธิสาร

เข้าจับกุม

ที่อาคารพาณิชย์เลขที่ 12/5-6 ร้านสปอร์ต บีบี และบ้านเลขที่ 117 แขวงและเขตสัมพันธวงศ์ กทม.

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา

มีไว้เพื่อจำหน่าย ซึ่งสินค้าปลอมเครื่องหมายการค้าของผู้อื่นที่จดทะเบียนไว้แล้วในราชอาณาจักร

นอกจากนี้ยังจับกุมอีกราย

นายณัฐพัชร์ ศรีสุรสิทธิ์ อายุ 66 ปี

พร้อมของกลาง

- อุปกรณ์โทรศัพท์มือถือ 12,000 ชิ้น มูลค่าประมาณ 5 ล้านบาท

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา นำเข้าสินค้าที่หลีกเลี่ยงภาษีอากรตาม พ.ร.บ.ศุลกากร

ก่อนนำส่งพนักงานสอบสวน สน.จักรวรรดิ ดำเนินคดีต่อไป

ที่มา นสพ.ผู้จัดการ เมื่อ 23 พ.ค.2556
Read more ...

สน.ยานนาวาจับกุม 2 ผู้ต้องหาแต่งกายเป็นแมสเซ็นเจอร์ กระชากกระเป๋าสาวออฟฟิศ

19 พ.ค. 2556
 
 
ผบช.น.แถลงผลงานตำรวจสืบสวน สน.ยานนาวาจับกุมสองหนุ่มอดีตแมสเซนเจอร์ตกงานไม่มีเงินใช้ ซิ่ง จยย.อาละวาดวิ่งราวทรัพย์สาวออฟฟิศย่านสีลม

วันนี้ (15 พ.ค.) เมื่อเวลา 11.00 น. ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล (บช.น.)

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผบก.น.6 
พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6

พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม ผกก.สน.ยานนาวา
ร.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช สว.สส. พร้อม
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวน

แถลงผลการจับกุมตัว

1. นายอนุชา หรือโต้ ภูดวงจิตร อายุ 23 ปี และ

2. นายสมเจตน์ หรือโฟล์ค สามสีนวล อายุ 18 ปี

พร้อมของกลาง

- รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า รุ่นมีโอ 125 สีแดง-ขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 
- เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุและทรัพย์สินที่ได้จากการวิ่งราวทรัพย์

สามารถจับกุมได้ ที่ถนนสีลม ใกล้แยกนรารมณ์ แขวงสีลม เขตบางรัก กทม.

พล.ต.ต.วัลลภกล่าวว่า สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.ยานนาวา ได้รับแจ้งจากประชาชนผู้เสียหายหลายรายว่า ถูกวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่บริเวณถนนปั้น ถนนประมวล และถนนสีลมบ่อยครั้ง จึงสั่งการให้เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวนติดตามจับกุม โดยตรวจสอบจากภาพวงจรปิดและพฤติกรรมของคนร้ายจนทราบช่วงเวลาที่ก่อเหตุ

จากนั้นได้นำกำลังไปซุ่มโป่งเมื่อวันที่ 14 พ.ค. เวลา 12.00 น. ขณะที่สองคนร้ายได้แต่งกายคล้ายแมสเซนเจอร์ขับขี่จักรยานยนต์มาบริเวณดังกล่าว

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุมแต่ผู้ต้องหาได้พยายามขี่รถหลบหนี เจ้าหน้าที่จึงได้สกัดกั้นปิดหัวและท้ายถนนไว้จนสามารถจับกุมตัวได้ดังกล่าว

สอบสวนเบื้องต้นทราบว่าสองคนร้ายเหตุวิ่งราวทรัพย์มาแล้วในหลายพื้นที่ จึงนำตัวมาที่ สน.ยานนาวา เพื่อขยายผลและนำตัวไปตรวจค้นห้องพักของนายอนุชา และบ้านพักของนายสมเจตน์ พบทรัพย์สินหลายรายการ ทั้ง

- โทรศัพท์มือถือ 
- กระเป๋าผู้หญิงแบบต่างๆ 
- นาฬิกาข้อมือ 
- กล้องถ่ายรูปและอื่นๆ หลายรายการ ซึ่งเป็นทรัพย์สินที่ได้จากการวิ่งราวทรัพย์

จากการสอบสวนนายอนุชาให้การรับสารภาพว่า เคยทำงานเป็นพนักงานส่งเอกสาร แต่ออกจากงานมาได้ปีกว่าแล้ว ทำให้ไม่มีเงินใช้จ่าย จึงชักชวนนายสมเจตน์ซึ่งเป็นพี่เขยก่อเหตุดังกล่าว โดยจะเลือกเหยื่อเป็นหญิงสาวที่ออกมาพักกลางวันรับประทานอาหาร เมื่อได้ทรัพย์สินมาจะแบ่งกันขายเพื่อนำเงินไปใช้จ่าย

ซึ่งทุกครั้งที่ออกก่อเหตุจะแต่งกายคล้ายกับพนักงานส่งเอกสาร เพื่อตบตาตำรวจและให้กลมกลืนกับพื้นที่ที่มีบริษัท ห้างร้าน และพนักงานส่งเอกสารจำนวนมาก

โดยก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์ในพื้นที่ สน.ยานนาวาและใกล้เคียงมาแล้วประมาณ 20 ครั้ง นอกจากนี้ ตรวจสอบประวัติพบว่านายอนุชาได้มีคดีที่ท้องที่ สน.ปทุมวัน ข้อหารับของโจร จำคุกเป็นเวลา 1 ปี แต่ประกันตัวออกมาก็ตระเวนก่อเหตุมาตั้งแต่ช่วงเดือนมีนาคม 2556 กระทั่งมาถูกจับกุมได้

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา

ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์หรือร่วมกันรับของโจร

 นำส่งพนักงานสอบสวน สน.ยานนาวา ดำเนินคดีต่อไป ทั้งนี้หากประชาชนท่านใด สงสัยว่าเคยโดนคนร้ายก่อเหตุในลักษณะเดียวกันให้มาดูตัวคนร้ายและทรัพย์สินได้ที่ สน.ยานนาวา เพื่อดำเนินการตามกฎหมายต่อไป

ที่มา นสพ.ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 15 พ.ค.2556 
Read more ...

จับกุม 2 สามีภรรยา ร่วมกับเพื่อนตระเวนวิ่งราวทรัพย์หลายท้องที่

16 มี.ค. 2556
 
 
 
เมื่อเวลา 09.30 น. วันที่ 16 มี.ค.
พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6
พ.ต.อ.รุ่งโรจน์ สายันประเสริฐ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 
พ.ต.ท.ปกาศิต สอดจันทร์ สว.สส. และ
เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน แถลงผลการจับกุม 

1. นายธนพล หรือตั้ม กล้าหาญ อายุ 29 ปี และ

2. น.ส.ศุภศิริ หรือพลอย คุปต์วิวัฒน์ อายุ 30 ปี สองสามีภรรยา 

ร่วมกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์มาหลายท้องที่ พร้อมของกลาง

- รถ จยย.ฮอนด้า เวฟ สีเขียว ทะเบียน มวต 799 กรุงเทพมหานคร 
- หมวกนิรภัยแบบเต็มใบ 2 ใบ 
- เสื้อผ้าที่ใช้ก่อเหตุ 1 ชุด 
- กระเป๋าสะพายแบบผู้หญิง 1 ใบ 
- กระเป๋าสตางค์แบบผู้หญิง 1 ใบ 
- นาฬิกาข้อมือ 1 เรือน และ
- บัตรประชาชนผู้เสียหายที่เป็นผู้หญิง 
- บัตรอิเล็กทรอนิกส์ อีกกว่า 20 ใบ 

โดยจับกุมตัวได้ที่ห้องพักกลางซอยจรัญสนิทวงศ์ 57 แขวงและเขตบางพลัด กทม.

พล.ต.ต.วัลลภ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากช่วงต้นเดือน มี.ค.ที่ผ่านมา จนถึงปัจจุบันเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.พลับพลาไชย 2 ได้รับแจ้งเหตุวิ่งราวทรัพย์ โดยผู้เสียหายเป็นสตรีในท้องที่รับผิดชอบมาแล้วหลายราย จากการตรวจสอบภาพจากกล้องวงจรปิดพบว่ามีคนร้าย ใช้รถ จยย.เป็นยานพาหนะ 

แบ่งหน้าที่สลับสับเปลี่ยนหมุนเวียนกันมาตระเวนก่อเหตุ จำนวนทั้งสิ้น 3 คน มีนายธนพล เป็นผู้ขับขี่รถ จยย.พา น.ส.ศุภศิริ ภรรยาที่กำลังตั้งครรภ์ได้ประมาณ 7 เดือน มาเป็นผู้กระชากกระเป๋า 

ในบางครั้งนายธนพลจะสลับพาเพื่อนที่ยังหลบหนีอีก 1 คน ชื่อ 

นายแบงค์ (นามสมมุติ) อายุประมาณ 40 ปี 

ซ้อนท้ายมาร่วมก่อเหตุด้วย จากการตรวจสอบพฤติกรรมและรูปพรรณต่างๆ ยังทราบอีกว่า คนร้ายทั้ง 3 คน ร่วมกันก่อเหตุลักษณะนี้อีกหลายท้องที่ทั้ง สน.จักรวรรดิ สน.พญาไท สน.มักกะสัน และสน.ชนะสงคราม จึงเร่งแจกจ่ายรูปพรรณของคนร้ายและยานพาหนะที่ใช้ไปตามโรงพักต่างๆ เพื่อหาเบาะแส

กระทั่งได้รับการติดต่อจากฝ่ายสืบสวนสน.บางยี่เรือ ว่าพบสามีและภรรยาผู้ต้องสงสัยไปปรากฏตัวที่ปากซอยหิรัญรูจี แขวงและเขตธนบุรี จึงติดตามไปสังเกตการณ์และสะกดรอยตามไปถึงห้องพักก่อนรวบตัวและยึดของกลางทั้งหมดเอาไว้ได้ภายในห้องดังกล่าว

จากการสอบสวน นายธนพลให้การว่า ตนรู้จักกับนายแบงค์ ผู้ต้องหาที่ยังหลบหนีมานานนับ 10 ปี และชักชวนกันก่อเหตุวิ่งราวทรัพย์เหยื่อเฉพาะที่เป็นสตรีมานับครั้งไม่ถ้วน จนระยะหลังทะเลาะกันเลยต้องชักชวน น.ส.ศุภศิริภรรยามาร่วมก่อเหตุแทน โดยก่อนหน้านี้ตนคบหาน.ส.ศุภศิริมาได้ 1 ปี จึงตัดสินใจมีลูกด้วยกันกำลังตั้งครรภ์อยู่ในท้อง 7 เดือน 

นอกจากนี้ น.ส.ศุภศิริ มีลูกชายวัยกว่า 2 ขวบ ซึ่งเกิดจากสามีเก่า ทำให้รายได้ไม่พอใช้จ่าย ต้องหาค่าเช่าห้องให้ได้เดือนละ 2,700 บาท ประกอบกับตนต้องเสพยาบ้าทุกวัน วันละ 1 เม็ด 

ส่วน น.ส.ศุภศิริก็ติดยาไอซ์งอมแงม แม้กำลังตั้งท้องก็ยังไม่เลิกเสพ ทั้งนี้เมื่อตนขับรถ จยย.ไปจอดใกล้ๆเหยื่อ แล้วให้ภรรยาเป็นผู้วิ่งราวทรัพย์มาได้แล้วก็จะนำเงินสดไปใช้ ส่วนทรัพย์สินมีค่าอื่นๆ จะนำไปขายให้พ่อค้าย่านคลองหลอด สำหรับบัตรต่างๆ ของผู้เสียหายส่วนหนึ่งจะนำไปทิ้งในถังขยะหน้าห้องพักซึ่งตรงกับหลังบ้านนายบรรหาร ศิลปอาชา อดีตนายกรัฐมนตรี

ทางด้าน น.ส.กุลวนีย์ อินทร์แก้ว อายุ 25 ปี หนึ่งในผู้เสียหายซึ่งเป็นญาติกับพล.ต.ต.กรีรินทร์ อินทร์แก้ว รอง ผบช.สตส. เดินทางมาดูของกลางด้วย พร้อมเปิดเผยกับผู้สื่อข่าวว่า เมื่อช่วงค่ำวันที่ 15 มี.ค.ที่ผ่านมา ตนไปนั่งกินผัดไทกับเพื่อนที่แยกราชเทวี ท้องที่ สน.พญาไท โดยนำกระเป๋าสะพายภายในบรรจุเงินสด 3,000 บาท มีเอกสารสำคัญ และกุญแจห้องพักวางเอาไว้บนตัก 

ทันใดนั้นมีคนร้ายขี่รถจยย.มาจอดด้านหลัง ก่อนที่ผู้ต้องหาผู้หญิงจะลงจากรถมากระชากกระเป๋าวิ่งขึ้นซ้อนท้ายรถ ก่อนหลบหนีไป อย่างไรก็ตามตนขออโหสิกรรมให้ทุกอย่างเพราะเห็นแก่เด็กในท้อง อย่างไรก็ตามหากพ้นโทษออกมาแล้วอย่าไปทำอย่างนี้กับใครอีกก็พอ
Read more ...

จับกุม แก๊ง 7 ปีศาจ ร่วมกันปล้นทรัพย์นิสิตจุฬาฯ

13 มี.ค. 2556
 
 
 
เมื่อเวลา 11.30 น. วันนี้ ( 13 มี.ค.) ที่กองบัญชาการตำรวจนครบาล(บช.น.)

พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น. พร้อมด้วย
พล.ต.ต.มานิต วงศ์สมบูรณ์ รองผบช.น.
พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รองผบก.น.6
พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รองผกก.สส.สน.ปทุมวัน
พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ สว.สส.สน.ปทุมวัน และ
ร.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประทุมราช สว.สส.สน.ยานนาวา


ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุมตัว

1. นายปฏิพล หรือตี๋ ผดุงกิจโกศล และ

2. นายนัฐพงษ์ หรือต๊ะ นุชัยภูมิ


ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุปล้นทรัพย์นิสิต จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย พร้อมของกลาง

- รถจยย.ฮอนด้า เวฟ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน รถจยย.ยามาฮ่า มีโอ สีแดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน และ
- รถจยย.ฮอนด้า เวฟ 110 สีแดงขาว หมายเลขทะเบียน องป 350 กรุงเทพมหานคร และ
- อุปกรณ์ที่ใช้ในการงัดแงะอีกหลายรายการ


โดยจับกุมตัวทั้งสองคนได้

ที่ซอยเจริญกรุง 107 แขวงบางโคล่ เขตบางคอมแหลม

โดยมี

รศ.ดร.บัญชา ชลาภิรมย์ ผอ.ศูนย์รักษาความปลอดภัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
นายกุลชาติ อุทัยวิชากุล อายุ 21 ปี นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ และ
นิสิตคณะนิเทศศาสตร์ จุฬาฯ


มาร่วมแถลงข่าวและชี้ตัวผู้ต้องหาด้วย

พล.ต.ต.วัลลภ เปิดเผยว่า สืบเนื่องจากเมื่อช่วงกลางดึกของวันที่ 4 มี.ค. ได้เกิดเหตุคนร้ายปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายนิสิตของจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยอย่างโหดเหี้ยม จนมีการโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กของสถาบันเพื่อเตือนให้นิสิตอื่นๆ และประชาชนระมัดระวังตัว

ซึ่งหลังเกิดเหตุฝ่ายสืบสวนบก.น.6 ได้ร่วมกันสืบสวนเพื่อติดตามจับกุมคนร้ายและประชาสัมพันธ์หมายเลขทะเบียนรถจยย.ที่คนร้ายใช้ก่อเหตุผ่านทางระบบไลน์ ไปยังพื้นที่บก.น.1-9 เพื่อให้ช่วยแจ้งเบาะแสหากพบรถจยย.คันดังกล่าว

กระทั่งฝ่ายสืบสวนสน.วัดพระยาไกร ได้ร่วมกันจับกุมตัว

นายปฏิพล

นายนัฐพงษ์

นายมีน (นามสมมุติ) อายุ 16 ปี และ

นายปาย (นามสมมุติ)อายุ 17 ปี


ซึ่งทั้งหมดขี่ รถจยย.อยู่ในพื้นที่ สน.วัดพระยาไกร ด้วยท่าทางพิรุธ เมื่อเรียกตรวจค้นและตรวจสอบทะเบียน รถจยย.พบว่าเป็นรถที่ลักมาจากพื้นที่ จ.นนทบุรี และสน.ยานนาวา จึงนำตัวนายมีน และนายปาย ส่งดำเนินคดีที่ สภ.นนทบุรี และนำตัวนายปฏิพลและนายนัฐพงษ์ ส่งดำเนินคดีที่ สน.ยานนาวา

พล.ต.ต.วัลลภ กล่าวอีกว่า ฝ่ายสืบสวนสน.ยานนาวาได้สอบสวนผู้ต้องหาและขยายผลจนทราบว่าได้ร่วมกับพวกอีกประมาณ 6-7 คน ก่อเหตุปล้นทรัพย์และ ลัก รถจยย.ในพื้นที่ต่างๆมาแล้วไม่ต่ำกว่า 60 ครั้ง ตั้งแต่เดือนธ.ค. 2555 -มี.ค. 2556

โดยเฉพาะพื้นที่สน.ยานนาวา ทำมาแล้วประมาณ 50 ครั้ง

ฝ่ายสืบสวนจึงประสานผู้เสียหายที่ถูกลักรถจยย. มาชี้ตัว นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังรับสารภาพว่าได้ร่วมกับนายมีนก่อเหตุปล้นทรัพย์นิสิตจุฬาฯ ตามที่เป็นข่าวด้วย ฝ่ายสืบสวนสน.ยานนาวา จึงประสานไปที่ สน.ปทุมวัน เพื่อขยายผลต่อ

ซึ่งนิสิตจุฬาก็ได้ชี้ตัวยืนยันแล้วว่าผู้ต้องหาเป็นคนที่ก่อเหตุจริง เนื่องจากจำหน้าได้ ส่วน

รถจยย.ฮอนด้า เวฟ ทะเบียน งรก 41 นครราชสีมา

ที่ใช้ก่อเหตุปล้นนิสิตจุฬา เป็นรถที่ลักมาเช่นกัน และได้นำไปขายแล้ว เพราะสื่อนำเสนอข่าวทำให้ผู้ต้องหากลัวว่าจะถูกจับกุม

ทั้งนี้คดีดังกล่าวถือว่าเป็นความใส่ใจของตำรวจ เพราะหากไม่จับกุมในคดีลัก รถจยย.พร้อมทั้งตรวจสอบอย่างละเอียด ก็อาจจะไม่สามารถขยายผลไปถึงคดีอื่นๆได้ โดยเฉพาะคดีปล้นทรัพย์นิสิตจุฬาฯ ส่วนคดีลัก รถจยย.ในพื้นที่สน.วัดพระยาไกร ทางฝ่ายสืบสวนสน.วัดพระยาไกร อยู่ระหว่างการสืบสวนจับกุมตัวผู้ต้องหาเพิ่มเติมต่อไป

ด้านพ.ต.ท.พนม กล่าวว่า แก๊งของผู้ต้องหามีสมาชิกหลักๆ 7 คน ใช้ชื่อแก๊งว่า

“แก๊ง 7 ปีศาจ” มีพฤติกรรมโหดเหี้ยม ชิงทรัพย์และทำร้ายเหยื่อ โดยเฉพาะผู้ชาย เนื่องจากนายปฏิพลมีภรรยาที่กำลังตั้งท้อง 6 เดือน จึงไม่เลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิง

ทรัพย์สินที่ได้มาก็จะไปขายย่านคลองหลอด นำเงินไปแบ่งกันเที่ยวเตร่

โดยนายนัฐพงษ์ทำงานเป็นเด็กเสิร์ฟอยู่ที่ร้านอาหารในโรงแรมแห่งหนึ่ง แต่เงินไม่พอใช้

ส่วนนายปฏิพลอ้างว่าเตรียมเงินไว้ซื้อนมให้ลูกกิน

นอกจากนี้ผู้ต้องหาทั้ง 2 คน ยังสารภาพด้วยว่าร่วมกันสมาชิกในแก๊งก่อเหตุปล้นทรัพย์ในพื้นที่สน.ปทุมวัน ทั้งหมด 6 คดี เบื้องต้นจึงแจ้งข้อหา

ปล้นทรัพย์และทำร้ายร่างกายเป็นเหตุให้ผู้อื่นได้รับอันตรายแก่กายสาหัส

กับนายปฏิพลและนายนัฐพงษ์ สำหรับนายมีน ได้ให้ฝ่ายสืบสวนประสานไปยังสภ.เมืองนนทบุรี อายัดตัวในข้อหาเดียวกันแล้ว และได้ออกหมายจับสมาชิกในแก๊งที่ร่วมกันก่อเหตุในพื้นที่ปทุมวันอีก 2 ราย

ทั้งนี้จากแนวทางการสืบสวนพบว่าน่าจะมีผู้ร่วมก่อเหตุมากกว่า 7 ราย โดยแยกกันทำในพื้นที่ต่างๆ ทุกครั้งที่ก่อเหตุไม่ได้ไปด้วยกันทั้งหมด ต่างกรรมต่างวาระกัน

ซึ่งฝ่ายสืบสวนจะเร่งติดตามจับกุมตัวให้ได้ทั้งหมดโดยเร็ว หากผู้เสียหายรายใดพบว่าเคยถูกผู้ต้องหากลุ่มนี้ก่อเหตุ ให้มาชี้ตัวเพื่อดำเนินคดีเพิ่มเติมได้ตลอดเวลา

ขณะที่นายกุลชาติ นิสิตจุฬาฯ เหยื่อที่ถูกก่อเหตุ กล่าวว่า ก่อนเกิดเหตุตนได้ยืนรอรถเมล์เพื่อกลับบ้าน ระหว่างนั้นได้ถือโทรศัพท์มือถืออยู่ด้วย หลังจากที่เหลือตนยืนอยู่ที่ป้ายรถเมล์เพียงคนเดียว กลุ่มผู้ต้องหา 3 คน ได้ขี่รถจยย.ย้อนศรมาจอดที่หน้าตน และบอกว่า “ เอามือถือมา ” ตนจึงรีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกง ทำให้คนร้ายทั้ง 3 คน วิ่งเข้ามาล๊อกคอ และรุมทำร้ายร่างกายจนลงไปนอนกองกับพื้น ใช้เวลาประมาณ 2 นาที

ตนพยายามตะโกนเรียกรปภ.และคนอื่นๆให้ช่วยเหลือแล้ว แต่คงไม่มีใครได้ยิน ก่อนที่ทั้งหมดจะหลบหนีไป กระทั่งมีอาจารย์จากคณะศิลปกรรมผ่านมาเห็นและพาไปส่งที่รพ.จุฬา อย่างไรก็ตามตนอยากฝากไปถึงนิสิตจุฬาฯทุกคน รวมถึงประชาชน ให้ระมัดระวัง อย่านำทรัพย์สินขึ้นมาถือขณะที่ยืนอยู่คนเดียว และ

อยากฝากถึงกทม.ให้ช่วยเอาป้ายโฆษณา บริเวณป้ายรถเมล์ออก เนื่องจากบดบังแสงสว่างที่จะส่องมาถึง และบังจุดที่รปภ.รวมถึงนิสิตที่อยู่คณะนิเทศศาสตร์ จะเห็นเหตุการณ์ได้ หากไม่มีป้ายดังกล่าวบังอยู่ วันนั้นอาจจะมีคนมาช่วยทันก็ได้

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า รศ.ดร.บัญชา ผอ.ศูนย์รักษาความปลอดภัย จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย นายกุลชาติ อุทัยวิชากุล อายุ 21 ปี นิสิตชั้นปีที่ 3 คณะแพทยศาสตร์ จุฬาฯ ได้มอบกระเช้าดอกไม้ให้กับพล.ต.ท.คำรณวิทย์ ผบช.น. เพื่อเป็นการขอบคุณที่เร่งรัดคดี และช่วยกันสืบสวน จนติดตามจับกุมตัวคนร้ายมาดำเนินคดีได้

ที่มา นสพ.เดลินิวส์ออนไลน์
Read more ...

แถลงข่าวจับกุมแก๊งลักตัดสายเคเบิ้ล

26 ก.พ. 2556
เมื่อเวลา 17.00 น. วันที่ 26 ก.พ.2556 ที่ สน.ปทุมวัน

พล.ต.ต.วัลลภ ปทุมเมือง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ 
พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รองผบก.น.6 พร้อมด้วย 
พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.
พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รองผกก.สส.สน.ปทุมวัน

ร่วมกันแถลงการจับกุม
 
1. นาย ทองสุนทร หรือยาว สุวรรณชลา อายุ 44 ปี

2. นายสมพงษ์ หรือพงษ์ อ่อนจู อายุ 19 ปี

3. นายสุทธิชัย หรือไปรซ์ ถาวรพันธ์ อายุ 18 ปี

ในข้อหา

ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนที่ใช้หรือมีไว้ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์

พร้อมของกลาง

- สายเคเบิลโทรศัพท์ ยาวประมาณ 10 เมตร
- คีมตัดสายไฟ จำนวน 2 อัน


สามารถจับกุมตัวได้บริเวณหน้าร้านขายศาลเจ้านำเจริญ ริมถนนพระราม 4 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน กทม.

พล.ต.ต.วัลลภ กล่าวว่า สืบเนื่องจากฝ่ายสืบสวนสน.ปทุมวัน สืบทราบว่านายสมพงษ์หรือพงษ์และนายสุทธิชัยหรือไปรซ์ ได้ลักลอบตัดสายแคเบิลในย่านพื้นที่ปทุมวัน จึงได้แกะรอยจนพบว่าทั้งสองได้นำสายเคเบิ้ลไปเผาที่บ้านพักของนายทองสุนทรหรือยาว ซึ่งเป็นหัวหน้าแก๊งบริเวณริมคลองสามเสน ถนนราชวิถี แขวงสามเสนใน เขตพญาไท แล้วนำไปขายให้ร้านขายของเก่า ย่านริมคลองสามเสน

จึงได้สั่งการให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวนลงทำการตรวจค้นร้านขายของเก่าดังกล่าว ซึ่งจากการตรวจค้นพบของกลางจำนวนดังกล่าว จากนั้นจังได้ทำการจับกุมตัวผู้ต้องหาทั้งหมดมาสอบสวนที่สน.ปทุมวัน

จากการสอบสวนผู้ต้องหาทั้งหมดให้การรับสารภาพ ว่า ทั้งหมดช่วยกันลักลอบตัดสายเคเบิ้ลจริง แล้วนำไปขายให้กับร้านรับซื้อของเก่า ซึ่งเงินที่ได้มาจะนำไปซื้อยาบ้ามาเสพกัน เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหา

ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนที่ใช้หรือมีไว้ใช้เพื่อสาธารณะประโยชน์

ก่อนจะส่งให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา ตระเวนข่าวออนไลน์
Read more ...

จับกุมคนร้ายใช้คัตเตอร์กรีดหลังอาจารย์ ม.จุฬาฯ

16 ก.พ. 2556
 
 
 
 
เมื่อ  16 ก.พ.2556  ที่ บก.สส.บช.น.

พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.นพศิลป์ พูลสวัสดิ์ ผกก.สส.3 บก.สส.บช.น. 
พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน 

 ร่วมแถลงข่าวจับกุม

1. นายประพรรณศักดิ์ หรือ เสือ พรมงาม อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 479/95 ซอยสุทธิพร แขวงและเขตดินแดง กทม.

2. น.ส.ศศิธร หรือ เร ติยะโคตร อายุ 25 ปี อยู่บ้านเลขที่ 160/11 หมู่ 11 ซอยนพรัตน์ แขวงศาลาธรรมสพน์ เขตทวีวัฒนา กทม.

 สองผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ เลขที่ จ.111/2556 และ จ.112/2556 ในข้อหาทำร้ายร่างกายผู้อื่นเป็นเหตุให้รับอันตรายแก่กายสาหัสโดยไตร่ตรองไว้ก่อน 

พร้อมของกลาง

- มีดคัตเตอร์สีส้ม 1 เล่ม 
- รถจยย.ซูซูกิ สีขาว ทะเบียน สงฉ-174 กรุงเทพมหานคร และ
- กางเกงวอร์มสีกรมท่า 1 ตัว ที่นายประพรรณศักดิ์ใส่ก่อเหตุ

พ.ต.อ.อุทาสิน เปิดเผยว่า หลังเกิดเหตุ 

ผศ.ดร.จิรวัฒน์ ชีวรุ่งโรจน์ อายุ 49 ปี รองคณบดีฝ่ายวางแผนและพัฒนา ภาควิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตเลียม คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย 

ถูกคนร้ายใช้มีดคัตเตอร์กรีดที่กลางหลังและท่อนแขนเป็นแผลฉกรรจ์บาดเจ็บสาหัส เมื่อวันที่ 15 ก.พ. ที่ผ่านมา เจ้าหน้าที่ได้สืบสวนพบประเด็นที่ แฟนสาวของ น.ส.ศศิธร ซึ่งเป็นนิสิต ป.โท มีปัญหาขัดแย้งกับตัว ผศ.ดร.จิรวัฒน์

จากนั้นก็พบหลักฐานจากกล้องวงจรปิดในบริเวณจุดเกิดเหตุและพยานบุคคลยืนยันว่านายประพรรณศักดิ์ ซึ่งเป็นเพื่อนของ น.ส.ศศิธร คือผู้ต้องหาที่ก่อเหตุ 

จึงให้พนักงานสอบสวนรวบรวมพยานหลักฐานไปขออนุมัติหมายจับ ก่อนจะกระจายกำลังกันออกติดตามตัวได้บริเวณหน้าโรงเรียนสุรศักดิ์มนตรี ถนนวิภาวดีรังสิต

จากการสอบสวนเบื้องต้น นายประพรรณศักดิ์ ให้การซัดทอดว่า น.ส.ศศิธร ซึ่งเป็นเพื่อนร่วมคณะวิศวกรรมสมัยเรียนมหาวิทยาลัย ขอให้ตัวเองช่วยลงมือทำร้าย ผศ.ดร.จิรวัฒน์ เนื่องจากโกรธแค้นที่ ไม่ยอมให้แฟนสาวของ น.ส.ศศิธร ที่กำลังเรียนปริญญาโท คณะวิศวกรรมศาสตร์ จุฬาฯ จบหลักสูตร เนื่องจากมีปัญหาด้านการสอบและทำวิทยานิพนธ์ไม่ผ่าน ทั้งที่เวลาผ่านมานานกว่า 4 ปี ด้วยความโกรธแค้นแทนเพื่อน นายประพรรณศักดิ์ จึงไปหาซื้อมีดคัตเตอร์ รวมทั้งวิกผมกับถุงมือมาเพื่อใช้ในการอำพรางตัวปิดบังใบหน้า จนกระทั่งวันที่ 7 ก.พ.ได้ไปดักรอ ผศ.ดร.จิรวัฒน์ แล้วครั้งหนึ่งแต่ไม่พบ

กระทั่งวันที่ 11 ก.พ. จึงขี่จยย.มาดักรอที่หน้าอาคารอาคารวิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตเลียม จุฬาฯอีกครั้ง ถึงพบตัว ผศ.ดร.จิรวัฒน์ ออกมาจากอาคาร จึงเดินตามไปตั้งใจจะคุยด้วย แต่ตัวผศ.ดร.จิรวัฒน์ กลับเดินหนี จึงใช้มีดคัตเตอร์ฟันกลางหลังจน ผศ.ดร.จิรวัฒน์ ล้มลงไปที่พุ่มไม้ ก่อนจะฟันซ้ำอีกครั้ง แล้ววิ่งหลบหนีไปขึ้นจยย.ที่ตัวเองจอดทิ้งไว้ที่หลังอาคารชารล เอม สัน เกเวอรต หลบหนีออกทางประตูคณะบัญชี จุฬาฯ เพื่อนำวิกผมไปโยนทิ้งคลองแสนแสบ ส่วนถุงมือนำไปทิ้งบึงมักกะสัน และทิ้งมีดคัตเตอร์ ทิ้งหน้าแฟลตดินแดง

ด้าน พ.ต.อ.นพศิลป์ กล่าวว่า ต่อมาทางพนักงานสอบสวนได้รวบรวมพยานหลักฐานขออนุมัติจากศาลอาญากรุงเทพใต้เพื่อออกหมายจับ น.ส.ศศิธร ผู้ต้องหาอีกราย ก่อนนำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ที่บ้านพักของ น.ส.ศศิธร เบื้องต้นผู้ต้องหายังให้การปฏิเสธ และจะขอให้การในชั้นศาล เจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเป็นผู้ใช้ให้ผู้อื่นกระทำความผิด ทำร้ายร่างกายผู้อื่นจนเป็นเหตุให้ได้รับอันตรายสาหัสโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

ต่อมาเจ้าหน้าที่นำตัวนายประพรรณศักดิ์ ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยเริ่มตั้งแต่บริเวณหน้าอาคารวิชาวิศวกรรมเหมืองแร่และปิโตเลียม ที่มาดักรอ จากนั้นเป็นจุดทางเดินทางที่ลงมือทำร้ายผศ.ดร.จิรวัฒน์ จุดที่ 3 เป็นจุดจอดจยย.ที่บริเวณด้านหลังอาคารชารล เอม สัน เกเวอรต และจุดสุดท้าย บริเวณประตูทางออกหน้าคณะบัญชีจุฬาฯ ก่อนนำตัวไปฝากขังที่ศาลอาญากรุงเทพใต้ต่อไป
Read more ...

เปิดโครงการเฝ้าระวังอัคคีภัยช่วงเทศกาลตรุษจีน

6 ก.พ. 2556
 
 
 
 
เมื่อวันที่ 5 ก.พ.2556  ที่ สน.พลับพลาไชย 1

พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6 เป็นประธานเปิดโครงการรณรงค์เฝ้าระวังอัคคีภัยช่วงเทศกาลตรุษจีน โดยมี 

พ.ต.อ.ชาญศิริ สุขรวย ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 ข้าราชการตำรวจ และคณะ กต.ตร.สน.พลับพลาไชย 1 เจ้าหน้าที่สำนักงานเขตป้อมปราบฯ ผู้อำนวยการโรงพยาบาลกลาง มูลนิธิป่อเต็กตึ้ง โรงเรียนเทพศิรินทร์ โรงเรียนสายปัญญา โรงเรียนวัดคณิกาผล และโรงเรียนวัดพลับพลาชัย ภาครัฐ, ภาคเอกชน, และกองกำกับการม้าตำรวจ พร้อมม้า 4 ตัว 

เข้าร่วมในพิธีการเปิดโครงการนี้กับอย่างคับคั่ง

โครงการดังกล่าวจัดขึ้นสืบเนื่องจากในช่วงเทศกาลตรุษจีนนั้น ประชาชนส่วนใหญ่ที่พักอาศัยอยู่ในเขตพื้นที่ สน.พลับพลาไชย 1 จะเป็นคนไทยเชื้อสายจีน และมีการจุดธูป-เทียน ไหว้เจ้าเป็นในที่พักอาศัยเป็นจำนวนมาก บางครอบครัวไหว้เจ้าเสร็จก็ออกไปข้างนอกที่พักอาศัย หรือบางครอบครัวปิดบ้านพักและปิดร้านค้าเดินทางไปไหว้พระหรือไปพักผ่อนต่างจังหวัดเป็นเวลาหลายวัน อีกทั้งบางครอบครัวจุดธูป-เทียนทิ้งไว้ ลืมดับก่อนออกจากบ้านพักอาศัยอาจจะทำให้เกิดไฟไหม้ได้

สำหรับการเดินรณรงค์ในเขตพื้นที่ในวันนี้นั้น จะมีการแจกแผ่นพับ ติดป้ายประชาสัมพันธ์และใช้เครื่องขยายเสียงเดินรณรงค์ ตั้งแต่หน้าสน.พลับพลาไชย 1 ไปตามถนนพลับพลาไชย ถนนหลวง ถนนมหาจักร ถนนเจริญกรุง และเดินกลับ เป็นระยะทาง 1 กิโลเมตร เพื่อเป็นการประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่พักอาศัยหรือค้าขายในย่านดังกล่าว ได้มีการป้องกันอัคคีภัยเกี่ยวกับการจุดธูป-เทียน และระบบไฟฟ้าให้ประชาชนได้ทราบ ในการระมัดระวังการจุดธูป-เทียน และต้องดับทุกครั้งหลังจากไหว้เสร็จหรือก่อนออกจากที่พักอาศัยเพื่อเป็นการป้องกันไฟไหม้

พ.ต.อ.ชาญศิริ กล่าวว่า ทาง บช.น. จัดให้มีการรณรงค์โครงการดังกล่าวร่วมกับหลายหน่วยงานด้วยวิธีการเดินแจกเอกสารแผ่นพับ และใบปลิวประชาสัมพันธ์เพื่อเตือนไม่ให้ประชาชนประมาท และมีความตื่นตัวในป้องกันการเกิดอัคคีภัยในท้องที่และโรงพักใกล้เคียง เพราะสภาพอากาศช่วงเทศกาลตรุษจีนค่อนข้างแห้งแล้ง และที่ผ่านๆ มามีการเกิดอัคคีภัยบ่อยครั้ง ในปีที่แล้วมีจำนวน 3 ราย ในปีนี้จึงมีการเตือนก่อนเกิดเหตุ เพราะสาเหตุส่วนใหญ่นั้นเกิดจากความประมาทและพลั้งเผลอ

พ.ต.อ.ชาญศิริ กล่าวต่อว่า หลังจากเดินรณรงค์โครงการนี้แล้ว ผลตอบรับที่ได้ คือ ประชาชนตื่นตัวและไม่ประมาทพร้อมระวังตัวมากขึ้น หลังจากวันนี้ก่อนถึงเทศกาลตรุษจีนจะมีช่องว่างอยู่ จึงได้จัดทำโครงการเสริม “โครงการเพื่อนบ้านเตือนภัย” โดยให้เพื่อนบ้านเตือนภัยกันเอง และจะมีอาสาเครือข่าย เจ้าหน้าที่มูลนิธิป่อเต็กตึ๊งช่วยเฝ้าระวัง เมื่อเกิดเหตุจะเข้าระงับเหตุได้ทันท่วงที อีกทั้งจะสามารถดูแลผู้ที่จะเดินทางมาสักการะสิ่งศักดิ์สิทธิ์ในพื้นที่ได้ครอบคลุมมากขึ้นอีกด้วย

ที่มา นสพ.เดลินิวส์ออนไลน์ เมื่อ 5 ม.ค.2556
Read more ...

สน.ปทุมวัน รวบหนุ่มเสพยาบ้าจนหลอน ปีนดาดฟ้าตึกสูง

2 ก.พ. 2556
 

เมื่อวันที่ 2 ก.พ.2556 ตร.สน.ปทุมวัน รวบตัวชายนิรนาม ปีนขึ้นไปเกาะลูกกรงเหล็กดัดอยู่บนดาดฟ้าบ้านคนย่านปทุมวัน หลังจากต้องเกลี้ยกล่อมนาน 17 ชม.ก่อนกู้ภัยเข้าชาร์จจับตัว สารภาพ เสพยาบ้าจนหลอน โดย จนท.ส่งตัวไปดำเนินคดีข้อหาเสพยา และลักตู้บริจาควัดที่ทำมาก่อนหน้านี้...

จากกรณีที่มีชายนิรนาม อายุประมาณ 35 ปี แต่งกายสวมเสื้อยืดสีส้ม นุ่งกางเกงขาสั้นสีน้ำเงิน ตัดผมสั้นเกรียน เนื้อตัวมอมแมม มีรอยสักเต็มตัวตั้งแต่ช่วงขาถึงต้นคอ ปีนขึ้นไปเกาะลูกกรงเหล็กดัดอยู่บนดาดฟ้าบ้านเลขที่ 175 ตรอกสลักหิน ถนนรองเมือง แขวงรองเมือง เขตปทุมวัน ทำให้ตำรวจ สน.ปทุมวัน และชาวบ้านต้องใช้ความพยายามทุกวิถีทาง ช่วยกันเกลี้ยกล่อมให้ลงมาด้านล่าง ตั้งแต่ช่วงเช้าที่ผ่านมานั้น

เมื่อเวลา 22.30 น.วันที่ 2 ก.พ.2556 ที่ สน.ปทุมวัน

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6
พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน และ
พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน พร้อมกำลัง

สามารถควบคุมตัวชายนิรนามดังกล่าวมาสอบสวนที่โรงพักได้แล้ว เบื้องต้นทราบชื่อคือ

นายกิจจา หรือแหลม ยี่สุ่นศรี อายุ 30 ปี ชาวบ้าน ต.คลองด่าน อ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ

โดยหลังจากที่ตำรวจนำตัวลงมาจากดาดฟ้าบ้านที่เกิดเหตุได้แล้วนั้น นายกิจจา มีอาการอิดโรยอย่างเห็นได้ชัดเนื่องจากถูกเจ้าหน้าที่นำยานอนหลับผสมน้ำให้ ดื่มตั้งแต่ช่วงบ่ายที่ผ่านมา จนเจ้าตัวเผลอทิ้งตัวนอนเปิดโอกาสให้ทีมนักผจญเพลิงของสำนักป้องกันและบรรเทาสาธารณภัย ใช้เชือกผูกเอวโรยตัวลงมาจากที่สูงประกบหน้าหลัง และบุกเข้าชาร์จตัวเอาไว้ได้ท่ามกลางความมืด

จากการสอบสวน นายกิจจา ยอมรับว่า เพิ่งพ้นโทษคดียาเสพติดจากเรือนจำ จ.นครราชสีมา ได้ประมาณ 1 ปี และก่อนหน้านี้ก็เคยถูกจับคดีอื่นๆ มาแล้วนับไม่ถ้วนทั้งยาเสพติด ลักทรัพย์ เข้าออกคุกเป็นสิบครั้ง พอออกมาเป็นอิสรภาพก็ไม่ได้ทำงานอะไร ได้แต่ลักทรัพย์หาเงินเสพยาไปเรื่อย จนกระทั่งเมื่อคืนวันที่ 29 ม.ค.ที่ผ่านมา ตัดสินใจย่องเข้าไปในวิหารของวัดบ้านอากาศ ย่านคลองด่าน เพื่อขโมยตู้บริจาคเงินของวัดออกไปได้เงินมา 14,000 บาท แต่ขณะนี้เหลือเงินติดตัวแค่ 6,000 บาท เพราะนำไปเที่ยวพัทยา และซื้อยาบ้ามาเสพ 4 เม็ด จนเกิดอาการหลอนคิดว่าถูกตำรวจไล่ตามจับตัว เลยหลบหนีมาเรื่อยๆ จนกระทั่งเมื่อช่วง 04.00 น. ที่ผ่านมาก็ปีนขึ้นไปบนดาดฟ้าตึกแถวที่เกิดเหตุจนกระทั่งเจ้าของบ้านมาพบ เข้าและแจ้งตำรวจให้มาเกลี้ยกล่อมนานกว่า 17 ชั่วโมง ก่อนจะถูกชาร์จจับตัวได้ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เบื้องต้นเจ้าหน้าที่จึงแจ้งข้อหาเสพยาเสพติด พร้อมทั้งประสานให้เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.บางบ่อ จ.สมุทรปราการ มารับตัวไปดำเนินคดี ในข้อหาลักทรัพย์ตู้บริจาคของวัดต่อไป

ที่มา นสพ.ไทยรัฐออนไลน์ เมื่อ 2 ก.พ.2556
Read more ...

ผบช.น.เปิดโครงการ แสวงหาแนวร่วมการป้องกันยาเสพติดภายในชุมชน “คืนคนดีสู่สังคม” สน.พลับพลาไชย 1

31 ม.ค. 2556
 
 
 
 
 
 
 
เมื่อวันที่ 1 ก.พ.2556 เวลา 11.00 น.
พล.ต.ท.คำรณวิทย์ ธูปกระจ่าง ผบช.น.เป็นประธานเปิดโครงการ แสวงหาแนวร่วมการป้องกันยาเสพติดภายในชุมชน “คืนคนดีสู่สังคม” ของ สน.พลับพลาไชย 1
โดยมี
พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6,
พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6,
พ.ต.อ.พรชัย ไทยแท้ รอง ผบก.น.6,
พ.ต.อ.ชาญศิริ สุขรวย ผกก.สน.พลับพลาไชย 1,
พ.ต.ท.อัครินทร์ กาสา รอง ผกก.ป.
พร้อมข้าราชการตำรวจในสังกัด สน.พลับพลาไชย 1 จำนวน 70 นาย
คณะ กต.ตร.สน.พลับพลาไชย 1,
ผู้แทนจาก สำนักงาน ปปส.กทม.,
ผู้แทนจาก สำนักงานเขตป้อมปราบศัตรูพ่าย
กำลังทหารจาก ร.1 พัน 2 รอ.
อิหม่ามมัสยิดมหานาค
ประธานชุมชน คณะกรรมการชุมชน และประชาชนชาวชุมชนมัสยิดมหานาค
และนักเรียนจาก รร.สายปัญญา เข้าร่วมในพิธี
โดยในเบื้องต้น ได้มีผู้ติดยาเสพติด สมัครใจเข้ารับการบำบัดรักษาแล้ว จำนวน 20 คน

จากนั้น พ.ต.อ.ชาญศิริ สุขรวย ผกก.สน.พลับพลาไชย 1 พร้อมคณะผู้เกี่ยวข้องได้ร่วมกันเดินรณรงค์ต่อต้านยาเสพติดในชุมชนมัสยิดมหานาค  แจกแผ่นพับให้ความรู้เกี่ยวกับยาเสพติด และติดป้ายประกาศให้กับบ้านเรือนประชาชนที่ไม่ยุ่งเกี่ยวกับยาเสพติดตามโครงการบ้านสีขาวปลอดยาเสพติด  เพื่อแสวงหาความร่วมมือจากประชาชน และเป็นป้องกันการแพร่ระบาดของยาเสพติดในชุมชน
Read more ...