สน.บางรัก จับกุมแก๊งลักรถ จยย.รายใหญ่

25 เม.ย. 2557
 
 
 
เมื่อ 26 เม.ย.2557 เวลา 09.00 น. ที่ สน.บางรัก

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6
พ.ต.อ.สินมนูญ์ พุทธิกุล รอง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.รัชพล บุญนาค ผกก.สน.บางรัก
พ.ต.ท.สมโภช สุวรรณจรัส รอง ผกก.ป. และ พ.ต.ท.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุล รอง ผกก.สส. สน.บางรักและเจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก

แถลงข่าว การจับกุม

1. นายอ๊อด หรือวุฒิ สิงห์โต อายุ 38 ปี  ข้อหา ลักทรัพย์ในเวลากลางคืนโดยใช้ยานพาหนะ

2. นายประสิทธิ์ หรือจ่าย แซ่เตียว อายุ 36 ปี (หัวหน้าแก๊ง)

3. นายไกรชิต หรอเอก แซ่อึ้ง อายุ 32 ปี

4. นายสุทธิศักดิ์ หรือบูม สุทธิเรืองวงศ์ อายุ 20 ปี 

5. น.ส.หทัยวรรณ หรือโอ๋ สีทองทาบ อายุ 19 ปี  

(ลำดับ 2-5 ข้อหา ปล้นทรัพย์)

พร้อมของกลาง

- รถ จยย.ฮอนด้า เวฟไอ สีดำแดง ของ ผู้เสียหาย จำนวน 1 คัน
- รถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า นูโว จำนวน 1 คัน (รถใช้กระทำผิด)
- รถ จยย.ยี่ห้อ ยามาฮ่า มิโอ สีแดง จำนวน 1 คัน  (รถใช้กระทำผิด)
- รถ จยย.ยี่ห้อ ฮอนด้า ซูเมอร์เอกซ์ สีเหลือง จำนวน  1 คัน   (รถใช้กระทำผิด)

พฤติการณ์ เมื่อวันที่ 25 เม.ย.2557 เวลาประมาณ 04.30 น. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.บางรัก พบกลุ่มผู้ต้องหาจำนวน 6 คน ขับขี่รถ จยย. จำนวน 4 คัน ผ่านบริเวณซอยสองพระ ถ.สี่พระยา จึงเรียกตรวจค้น แต่กลุ่มผู้ต้องหาได้ขับรถหลบหนีไปด้วยความรวดเร็ว เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงขับรถไล่ติดตาม ทำให้ รถ จยย.คันที่นายอ๊อด ขับขี่ล้มลง จึงถูกเจ้าหน้าที่ตำรวจจับกุมตัวไว้ ส่วนผู้ต้องหาคนอื่นหลบหนีไปได้ ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจสอบสวนขยายผล และสามารถจับกุมผู้ต้องหาที่เหลือได้อีก 4 คน แต่มีนายตั้ม ไม่ทราบและนามสกุลจริง ยังหลบหนีไปได้อยู่ 1 คน

สอบสวนผู้ต้องหา สารภาพว่า แก๊งนี้มีนายประสิทธิ์ เป็นหัวหน้า ได้ร่วมกันตระเวนลัก รถ จยย.ของประชาชนจากพื้นที่ต่าง ๆ ในเขต บก.น.6 และใกล้เคียง โดยเฉพาะในพื้นที่เขตบางรัก, ยานนาวา, ธนบุรี และป้อมปราบศัตรูพ่าย โดยเน้นลักรถ จยย.ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นเวฟ,สกูปปี้, พีซีเอกซ์ และยามาฮ่า รุ่นฟีโน แล้วนำไปขายให้กับนายอ้วน ในซอยตากสิน 4 โดยก่อเหตุมาตั้งแต่ ส.ค.56 จนถึงปัจจุบัน

ต่อมาเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ขยายผลไปตรวจค้นบ้านของนายอ้วน อาคารพาณิชย์ เลขที่ 220/20-21 ซอยตากสิน 4 ถนนตากสิน แขวงบางยี่เรือ ธนบุรี กทม.แหล่งรับซื้อรถ จยย.ที่ถูกโจรกรรมดังกล่าว สามารถตรวจยึด รถ จยย.ต้องสงสัย 5 คัน, ซากโครงรถ จำนวน 34 โครง, สมุดคู่มือทะเบียนรถ จำนวน 341 เล่ม และแผ่นป้ายทะเบียนรถ จำนวน 514 แผ่น เพื่อดำเนินการตรวจสอบแหล่งที่มาที่แท้จริงต่อไป

จึงขอประชาสัมพันธ์ให้ประชาชนที่เคยถูกประทุษร้ายต่อทรัพย์สินและ รถ จยย. มาดูตัวผู้ต้องหาและของกลางได้ที่ สน.บางรัก
Read more ...

จุดตรวจความมั่นคง หน้าวัดพระเชตุพน จับพกพาอาวุธปืน

25 เม.ย. 2557
 

 
เมื่อวันที่ 26 เมษายน 2557  

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายป้องกัน และฝ่ายสืบสวน สน.พระราชวัง

ได้แถลงข่าวการจับกุม

นายสุทธิพงษ์ ทรงศิริพันธ์ อายุ 28 ปี 

พร้อมของกลาง

1. อาวุธปืนพกสั้นขนาด .45 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน .45 จำนวน 50 นัด
2. ซองบรรจุกระสุนปืน จำนวน 2 อัน โดยอันแรกบรรจุพร้อมกระสุนปืนขนาด.45 จำนวน 7 นัดส่วนอีก 1 อันเป็นซองบรรจุกระสุนปืนเปล่า
3. อาวุธปืนขนาด 9 มม จำนวน 1 กระบอก พร้อมซองบรรจุกระสุน 1 อัน
4. อาวุธปืนไทยประดิษฐ์ขนาด .22 จำนวน 1 กระบอก กระสุนปืน .22 จำนวน 3 นัด
5. อุปกรณ์การเสพยาไอซ์ จำนวน 3 ขวด

โดยกล้วหาว่า

- มีอาวุธปืนเครื่องกระสุนปืนไว้ในความครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและพาอาวุธปืนติดตัวไปในเมืองหมู่บ้านโดยไม่ได้รับอนุญาต
- พาอาวุธปืนพร้อมกระสุนปืนเข้ามาใน พท.ประกาศพรบ.ความมั่นคง

และจากการตรวจปัสสาวะพบสารเสพติดประเภท1ยาไอซ์ในร่างกายได้แจ้งข้อหา

- เสพยาเสพติดยาไอซ์โดยผิดกฎหมาย

เพิ่มอีกข้อหา

จับกุมได้จากจุดตรวจความมั่นคงหน้าวัดเชตุพน เมื่อวันที่ 25 เมษายน 2557 เวลา 22.45 น. และนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลาง ส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดีตามกฎหมาย
Read more ...

สืบสวน สน.บางรัก จับแก๊งอ้วนผอมตระเวนลักรถ จยย.

25 เม.ย. 2557
 
 
เมื่อเวลา 19.30น.วันที่ 25เม.ย.2557

พ.ต.อ.ฤชากรจรเรวุฒิ รอง ผบก.น.6 พร้อมด้วย
พ.ต.ท.สัมพันธ์ เหลืองสัจจกุลรอง ผกก.สส.สน.บางรัก
พ.ต.ท.อาทิตย์ซิ้มเจริญ สว.สส.สน.บางรักและ
เจ้าหน้าที่ตำรวจฝ่ายสืบสวนสน.บางรัก

ร่วมกันแถลงข่าวผลการจับกุม

นายอ๊อด สิงโต อายุ 38 ปี ผู้ต้องหาคดีลักทรัพย์ฉายา “โจรอ้วน-ผอม” 

พร้อมของกลาง

จยย.ฮอนด้ารุ่น เวฟ 125ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน

พ.ต.อ.ฤชากรกล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อเวลา08.00น. วันนี้เจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งด่านตรวจ

บริเวณหน้าร้านครัวเจ๊ง้อ ถ.มหาเศรษฐ์แขวงสี่พระยา เขตบางรัก

กระทั่งนายอ๊อดซึ่งได้ขี่รถ จยย. คันดังกล่าวผ่านมาและเห็นว่าตำรวจตั้งด่านอยู่ก็ได้ขับหลบหนี ก่อนจะสะดุดหมุดสะท้อนแสงล้มห่างจากจุดที่เจ้าหน้าที่ตั้งด่าน100เมตร เจ้าหน้าที่จึงได้จับกุมได้อย่างง่ายดาย

จากการสอบสวนนายอ๊อด ให้การว่าก่อนเกิดเหตุตนพร้อมกับพวกอีก 4 คนได้ออกตระเวนลักรถ จยย. คันดังกล่าวมาจาก

บริเวณสะพานดำในพื้นที่ สน.สำราญราษฏร์

ก่อนจะขับรถ จยย. คันดังกล่าวกลับบ้านแต่ก็มาพบกับเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ตั้งด่านจึงพยายามขับรถ จยย. คันดังกล่าวหลบหนีก่อนที่จะถูกจับกุมตัวได้

ภายหลัง พ.ต.อ.ฤชากร จรเรวุฒิ ได้สั่งการให้ฝ่ายสืบสวนขยายผลเบื้องต้นทราบว่าผู้ต้องหารายนี้ทำเป็นขบวนการและมักตระเวนก่อเหตุลัก จยย. ในพื้นที่ บก.น.6 มีผู้เสียหายจำนวนมากเข้าแจ้งความไว้ จึงได้ทำการขยายผล

อย่างไรก็ตามจากการสอบสวนนายอ๊อดยังให้การเพิ่มเติมว่าได้นำรถ จยย. ที่ขโมยมาได้ไปขายให้กับเอเย่นต์ย่านฝั่งธนฯเจ้าหน้าที่จึงทำการสืบสวนขยายผลนำกำลังเข้าตรวจสอบ

บ้านเลขที่ 220/20-21 ซ.ตากสิน 4 แขวงบางยี่เรือเขตธนบุรี ซึ่งเป็นร้านขายอะไหล่รถจยย.

โดยมี

นายเอกชัย แซ่ตั้ง อายุ 44 ปีเป็นเจ้าของร้านดังกล่าว

รอง ผบก.น.6 กล่าวอีกว่าจากการเข้าตรวจสอบภายในร้านดังกล่าวพบเศษชิ้นส่วนอะไหล่รถจยย.อีกทั้งป้ายทะเบียนและเล่มทะเบียนเป็นจำนวนมาก

จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงทำการตรวจยึดไว้เป็นของกลางทั้งหมดเพื่อจะได้ประสานเจ้าหน้าที่กองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจสอบว่ามีการตอกแก้ไขหมายเลขรถหรือไม่อีกทั้งตรวจสอบคดีลักรถ จยย. ในพื้นที่บก.น.6 ว่ามีเศษชิ้นส่วนที่เกี่ยวข้องกับของกลางที่ตรวจยึดมาได้หรือไม่

รายงานข่าวแจ้งว่า ฝ่ายสืบสวนได้ควบคุมตัวผู้ต้องสงสัยว่ามีส่วนพัวพันกับแก๊งลักรถจยย.ดังกล่าวมาได้แล้ว 4 รายซึ่งอยู่ระหว่างทำการสอบสวนและขยายผลว่ามีส่วนพัวพันหรือไม่

เบื้องต้นพบว่าขบวนการดังกล่าวมี

นายประสิทธิ์ อายุ 47 ปีเป็นหัวหน้าแก๊ง 

ทั้งนี้เจ้าหน้าที่ได้แจ้งข้อหานายอ๊อดว่า “ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน” ก่อนควบคุมตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป อย่างไรก็ตามในเวลา 09.00น.วันที่ 26เม.ย.จะมีการแถลงข่าวผลการจับกุมแก๊งลักรถ จยย. แก๊งนี้ที่ สน.บางรักต่อไป

ที่มา นสพ.เดลินิวส์ เมื่อ 25 เม.ย.2557
Read more ...

จับแก๊งวัยรุ่นปล้นทรัพย์ ย่าน ถ.กรุงเกษม

25 เม.ย. 2557
 
 
 
เมื่อ 21 เม.ย.2557

บก.น.6 แถลงผลจับกุมโจ๋ตั้งแก๊งปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธ ย่านกรุงเกษม สารภาพตระเวนก่อเหตุมาแล้วในหลายท้องที่ ก่อนนำทรัพย์สินที่ปล้นมาได้ไปขายหาเงินเที่ยวเตร่ พบประวัติหัวหน้าแก๊งเคยต้องโทษคดียาเสพติดมาแล้ว 7 ครั้ง

วันนี้ (21 เม.ย.) ที่ 

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 พร้อมด้วย 
พ.ต.อ.ศักดา ดามาพงษ์ ผกก.สน.พลับพลาไชย 2 
พ.ต.ท.สาธิต มิตรรัก รอง ผกก.ป.สน.พลับพลาไชย 2 และ
เจ้าหน้าที่ตำรวจงานป้องกันและปราบปราม สน.พลับพลาไชย 2 

ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุม

1. นายอธิวัฒน์ วานิชกลาง หรือเก่ง อายุ 24 ปี 

2. นายทศวรรต รื่นพิทักษ์ หรือต๊ะ อายุ 21 ปี

3. นายเอ (นามสมมติ) อายุ 17 ปี 

4. นายบี (นามสมมติ)อายุ 16 ปี 

พร้อมของกลาง

- จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า สกูปปีไอ สีน้ำตาล-ดำ ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน 
- จักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้า โซนิค สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน 
- อาวุธมีดปลาย แหลม ยาวประมาณ 12 ซม.จำนวน 1 เล่ม 
- สนับมือทองเหลือง 1 อัน และ
- โทรศัพท์มือถือจำนวน 3 เครื่อง

พล.ต.ต.วัลลภกล่าวว่า เจ้าหน้าสามารถจับกุมผู้ต้องหาทั้งหมดได้ที่ถนนทรงวาด เขตสัมพันธวงศ์ และถนนราชดำเนินกลางเมื่อกลางดึกที่ผ่านมา หลังทั้ง 4 คนร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ย่านถนนกรุงเกษมได้เพียงโทรศัพท์ถือ 1 แต่ทรัพย์สินที่ได้มีมูลค่าน้อย กลัวเงินไม่พอเที่ยวเตร่จึงตัดสินใจขับขี่จักรยานยนต์ตระเวนหาเหยื่ออีก โดยสบโอกาสเจอเหยื่อย่านวงเวียนโอเดียน หน้าร้านแว่นทอง จึงร่วมกันปล้นทรัพย์ผู้เสียหายโดยใช้มืดและสนับมือเป็นอาวุธ ได้ทรัพย์สินเป็นโทรศัพท์ไอโฟน ก่อนแยกย้ายกันหลบหนี ซึ่งผู้ต้องหาเคยโดนจับในคดีเสพยามาแล้วกว่า 7 ครั้ง และมาร่วมตัวกันกับวัยรุ่นในย่านนี้กว่า 20 คนตั้งแก๊ง

จากการสอบสวนทั้ง 4 คนให้การรับสารภาพว่าได้ร่วมกันก่อเหตุชิงทรัพย์จริง โดยใช้ จักรยานยนต์ 2 คันที่ขโมยมาเป็นพาหนะในการก่อเหตุ โดยก่อนหน้านี้เวลาใกล้กันได้วิ่งราวทรัพย์เป็นโทรศัพท์มือถืิอของผู้เสียหายรายหนึ่งย่านกรุงเกษม แต่ได้ทรัพย์สินเป็นมือถือเครื่องเดียว กลัวเงินไม่พอจึงตัดสินใจก่อเหตุปล้นทรัพย์ หลังก่อเหตุเอาทรัพยสินที่ได้ไปขายเพื่อเที่ยวเตร่ โดยปกตินายทศวรรตมีอาชีพขับจักรยานยนต์รับจ้างที่ท้องสนามหลวง และนายอธิวัฒน์รับจ้างจัดร้านค้าที่สะพานพุทธ ทั้งคู่บอกว่าทำมาเป็นครั้งที่ 2 แล้ว ครั้งนี้ยังไม่ได้นำทรัพย์สินที่ได้ไปขายก็มาโดนจับเสียก่อน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา

- ปล้นทรัพย์โดยมีอาวุธติดตัวและใช้ยานพาหนะ  
- ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 

ก่อนจะนำตัวไปดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา นสพ.เดลินิวส์ เมื่อ 21 เม.ย.2557
Read more ...

ชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น.6 จับพกพาอาวุธปืน

24 เม.ย. 2557
 
เมื่อวันที่ 24 เม.ย.2557 เวลาประมาณ 22.45 น.

พ.ต.ท.สมโภช สุวรรณจรัส รอง ผกก.ป.สน.บางรัก, 
พ.ต.ท.โอภาส ดาวกระจาย สวป.สน.ยานนาวา พร้อมเจ้าหน้าที่ตำรวจชุดเคลื่อนที่เร็ว บก.น.6 

ได้ร่วมกันจับกุม

นายสมศักดิ์ คำพันธ์ อายุ 48 ปี

พร้อมของกลาง

- อาวุธปืนขนาด 9 มม. 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุนปืน ขนาด 9 มม. จำนวน35 นัด

 โดยจับกุมได้จากจุดตรวจเคลื่อนที่ หน้าไปรษณีย์กลาง ถ.เจริญกรุง

จับกุมข้อหา

มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาต และพาอาวุธเข้าไปในเขตพื้นที่ประกาศเหตุการณ์อันกระทบต่อความมั่นคงภายในราชอาณาจักร,

นำตัวส่ง พงส.สน.บางรัก ดำเนินคดีต่อไป
Read more ...

จุดตรวจความมั่นคง บก.น.6 จับกุมผู้ต้องหาฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน

18 เม.ย. 2557
 
เมื่อวันที่ 17 เม.ย.2557 เวลาประมาณ 23.30 น.

พ.ต.ต.วรปรัชญ์ วุฑฒิรักษ์ สวป.สน.พระราชวัง พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ คฝ. มว.2 ร้อย 2 บก.น.6

ได้ร่วมกันจับกุมตัว

นายซอลหลี ขุนเศษเกื้อ อายุ 23 ปี

โดยกล่าวหาว่า

"ร่วมกันฆ่าและพยายามฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยไตร่ตรองไว้ก่อน ,มีอาวุธปืนและเครื่องกระสุนปืนฯ" ตามหมายจับศาลจังหวัดสงขลา 187/2557 ลง 10 มีนาคม 2557

พฤติการณ์กล่าวคือ ขณะที่เจ้าหน้าที่ตำรวจกำลังตั้งจุดตรวจความมั่นคง บริเวณหน้าสภากาชาดไทย ถนนพระราม 1 พบผู้ต้องหาโดยสารรถแท็กซี่ผ่านมา ท่าทางมีพิรุธต้องสงสัย จึงได้ตรวจค้นและตรวจสอบประวัติ พบว่าเป็นผู้ต้องหาตามหมายจับ ศาลจังหวัดสงขลาที่ 187/2557 ซึ่งผู้ต้องหารับว่าเป็นบุคคลตามหมายจับจริงและไม่เคยถูกจับกุมตามหมายจับดังกล่าวมาก่อน เจ้าหน้าที่ตำรวจจึงจับกุมตัว นำส่ง พงส.เจ้าของคดีดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
Read more ...

บก.น.6 บริจาคเงินช่วยเหลือตำรวจบาดเจ็บจากเหตุการณ์ผ่านฟ้า

18 มี.ค. 2557
 
 
เมื่อ 17 มี.ค.2557 พล.ต.ต.อิทธิพล พิริยะภิญโญ รอง ผบช.น. พร้อมด้วย พ.ต.อ. กิตติกร บุญสม รอง ผบก.น.6 เป็นตัวแทนนำจากเงินจากกรณีที่เจ้าหน้าที่ตำรวจในสังกัด บก.น.6 และ กต.ตร.สน.ในสังกัด บก.น.6 ร่วมกันบริจาคเพื่อช่วยเหลือข้าราชการตำรวจในสังกัดตำรวจภูธรภาค 2 ที่ได้รับบาดเจ็บจากการปฏิบัติหน้าที่ในเหตุการณ์ขอคืนพื้นที่จากผู้ชุมนุม บริเวณสะพานผ่านฟ้า เมื่อ 18 ก.พ. 57 โดยมีเจ้าหน้าที่ตำรวจที่ได้รับบาดเจ็บดังกล่าวจำนวน 18 นาย ได้รับเงินช่วยเหลือรายละ 10,000 บาท รวมเป็นเงิน 180,000 บาท ณ โรงแรมดิวารี เมืองพัทยา จ.ชลบุรี
Read more ...

สน.ปทุมวันรวบ 2 วัยรุ่น ตระเวนขี่ จยย.กระชากกระเป๋า สารภาพก่อเหตุหลายครั้ง

26 ธ.ค. 2556
 
  
เมื่อ 25 ธ.ค.2556

สน.ปทุมวัน รวบสองโจ๋วิ่งราวทรัพย์ โดยใช้ จยย.เป็นยานพาหนะในการก่อเหตุได้ทันควัน พร้อมยึดของกลางเป็นโทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน 3 เครื่อง สารภาพก่อเหตุมาแล้ว 7 ครั้ง โดยเลือกเหยื่อที่เป็นสตรีและเล่นโทรศัพท์มือถือข้างถนน

วันนี้ (25 ธ.ค.) ที่ สน.ปทุมวัน

พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6
พ.ต.อ.เทียนชัย คามะปะโส ผกก.สน.ปทุมวัน
พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รอง ผกก.สส.สน.ปทุมวัน
พ.ต.ท.สันชัย มาตรคำจันทร์ สว.สส.สน.ปทุมวัน พร้อมเจ้าหน้าที่สืบสวน สน.ปทุมวัน

แถลงข่าวจับกุมแก๊งวิ่งราวทรัพย์

1. นายรัตนพล หรือ โซดา ขาวล้ำเลิศ อายุ 19 ปี และ

2. นายกล้วย (นามสมมติ) อายุ 17 ปี

พร้อมของกลาง

- โทรศัพท์มือถือสมาร์ทโฟน จำนวน 3 เครื่อง
- จักรยานยนต์ฮอนด้า คลิก สีดำ-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน ซึ่งเป็นรถที่ใช้ก่อเหตุ


โดยจับกุมได้ที่บริเวณทางเข้าอาคารนิมิบุตร ถ.พระรามที่ 1 แขวงวังใหม่ เขตปทุมวัน

พ.ต.อ.อุทาสินกล่าวว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจากเมื่อเวลา 21.30 น.วานนี้ (24 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ได้ปฏิบัติหน้าที่บริเวณทางเข้าอาคารนิมิบุตร ได้ยินเสียงการเกิดอุบัติเหตุ จึงเข้าไปตรวจสอบขณะเดียวกันนั้นได้ยินเสียงผู้หญิงร้องเพื่อขอความช่วยเหลือให้ช่วยจับกุมคนร้าย โดยชี้ไปที่เกิดอุบัติเหตุบริเวณทางเข้าอาคารนิมิบุตร ทราบชื่อภายหลัง น.ส.ณัฐกานต์ มุ่งกิจ ผู้เสียหาย

บริเวณใกล้เคียงกันนั้นพบจักรยานยนต์ยี่ห้อฮอนด้าคลิก สีแดง-ดำ ไม่ติดป้ายทะเบียน พบนายกล้วยที่คาดว่าน่าจะเป็นคนร้ายได้รับบาดเจ็บ จึงนำตัวไปส่ง รพ.ตำรวจ ส่วน นายรัตนพล ผู้ซ้อนท้ายมากับนายกล้วยวิ่งหลบหนีข้ามเกาะกลางถนนไปยังฝั่งตรงข้าม

ทางเจ้าหน้าที่ได้ติดตามไปจนสามารถควบคุมตัวได้ที่บริเวณหน้าร้านสะดวกซื้อเซเว่นอีเลิฟเว่นสาขาเกษมสันต์ 1 พร้อมทำการค้นตัวนายรัตนพลพบโทรศัพท์สมาร์ทโฟน 1 เครื่อง จึงได้นำตัวมาสอบสวนเพิ่มเติม

นายรัตนพล รับสารภาพว่า ได้กระทำการวิ่งราวทรัพย์ของ น.ส.ณัฐกานต์ จริง และร่วมกันก่อเหตุมาแล้วกว่า 7 ครั้งในหลายพื้นที่ ซึ่งจะก่อเหตุในช่วงเวลา 19.00-23.00 น.โดยจะเลือกเหยื่อที่เป็นผู้หญิง ที่เล่นโทรศัพท์มือถือริมถนน สำหรับโทรศัพท์ที่ขโมยมาได้จะนำไปขายต่อใน

ย่านคลองหลอด 

เพื่อนำเงินมาใช้เล่นเกมและเที่ยวเตร่

พ.ต.อ.อุทาสินกล่าวว่า หากผู้เสียหายรายใดสงสัยว่าถูกก่อเหตุลักษณะดังกล่าว ให้มาติดต่อขอดูโทรศัพท์ได้ที่ สน.ปทุมวัน และอยากจะขอเตือนพี่น้องประชาชนโดยเฉพาะผู้หญิงให้ระมัดระวังในการใช้โทรศัพท์มือถือตามสถานที่เปลี่ยว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา

ร่วมกันวิ่งราวทรัพย์ โดยใช้พาหนะในเวลากลางคืน


ก่อนนำตัวผู้ต้องหาพร้อมของกลางส่งพนักงานสอบสวนเพื่อดำเนินการทางกฎหมายต่อไป

ที่มา นสพ.ไทยรัฐ เมื่อ 25 ธ.ค.2556
Read more ...

ผบก.น.6 แถลงข่าวจับกุม 2 ผู้ต้องหาตระเวนขี่ จยย.ใช้อาวุธปืนชิงทรัพย์ชาวบ้าน

14 ธ.ค. 2556
 เมื่อเวลา 16.00 น. ของวันที่ 14 ธ.ค.2556

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6
พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รอง ผบก.น.6
พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.สำราญราษฎ์ พร้อมด้วย
เจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน

ได้ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว

นายสุวัตร หรือบี นเรนรัมย์ อายุ 29 ปี

พร้อมของกลาง

- รถจักรยานยนต์ ฮอนด้า คลิก สีขาว-แดง ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน,
- ปืนออร์โตเมติก ขนาด 9 มม.จำนวน 1 กระบอก พร้อมเครื่องกระสุน จำนวน 7 นัด,
- กระเป๋าสะพาย จำนวน 9 ใบ, 

- กระเป๋าสตางค์ 8 ใบ,
- โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง และ
- ทรัพย์สินอื่นๆ

โดยนายสุวัตร เป็นผู้ต้องหาตามหมายจับคดี

- ลักทรัพย์ในเวลากลางคืน ตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 2147/2556 ลง 30 ต.ค. 2556 ท้องที่ สน.สามเสน,
- ชิงทรัพย์โดยมีอาวุธ ตามหมายจับ ศาลอาญาที่ 764/2556 ลง 1 พ.ย. 2556 ท้องที่ สน.นางเลิ้ง,
- ชิงทรัพย์ ตามหมายจับ ศาลจังหวัดตลิ่งชัน ที่ จ.744/2556 ลง 10 ต.ค. 2556 ท้องที่ สน.บางพลัด

พล.ต.ต.วัลลภ กล่าวว่า เมื่อเวลา 03.00 น. วันนี้ (14 ธ.ค.) เจ้าหน้าที่ตำรวจ สน.สำราญราษฎร์ ได้ทำการจับกุมตัว นายสุวัตร ผู้ต้องหาคดีชิงทรัพย์ 

ซึ่งจับกุมได้ขณะที่สายตรวจได้ออกปฏิบัติหน้าที่ ได้มีคนร้องขอความช่วยเหลือ เจ้าหน้าที่จึงออกติดตาม จนพบผู้ต้องสงสัยพร้อมแสดงตัวขอตรวจค้น พบว่ามีอาวุธปืนขนาด 9 มม. พร้อมเครื่องกระสุนปืน

จากนั้นเจ้าหน้าที่ได้ทำการขยายผล และนำตัวผู้ต้องหาไปตรวจค้นภายในห้องพัก ใน

ชุมชนวัดโสมนัส 2 เขตป้อมปราบ กทม.

พบกระเป๋าพายแบบผู้หญิงจำนวน 9 ใบ กระเป๋าสตางค์จำนวน 8 ใบ โทรศัพท์มือถือ จำนวน 8 เครื่อง และของการอื่นๆอีกหลายรายการ

จากนั้นเจ้าหน้าที่รวบรวมไว้เป็นหลักฐาน ต่อมาทำการขยายผลจนทราบว่าผู้ต้องรายนี้ พบหายจับอีก 3 คดี ดังกล่าว และเจ้าหน้าที่ได้ตรวจสอบประวัติของผู้ต้องหาย้อนหลัง พบว่าเคยก่อเหตุโดยรอบพื้นที่ฝั่งธน กว่า 31 คดี

โดยผู้ต้องหาเพิ่งพ้นโทษ คดีครอบครองยาบ้า ที่สน.พลับพลาไชย 1 เมื่อ 3 เดือนที่ผ่านมา

จากการสอบสวนนาย สุวัตร ผู้ต้องหาให้การรับสารภาพว่า ตนเป็นผู้ขับขี่จยย. แล้ว

นายอาทิตย์ หรือแบงค์ เหมัสเฐียร

เป็นผู้ซ้อนท้ายแล้วตระเวนหาเหยื่อที่เป็นผู้หญิง ใช้เวลากลางคืน ที่เดินอยู่ริมถนนคนเดียว โดยนายอาทิตย์ จะใช้อาวุธปืนข่มขู่เหยื่อ จากนั้นจะนำทรัพย์สินทีได้มาไปขายหรือเข้าโรงรับจำนำ จากนั้นนำเงินที่ได้มาไปใช้เที่ยวเตร่ และเสพยาเสพติด

นางสาวรสสุคนธ์ แก้วบุญเรือง ผู้เสียหายให้การว่า เมื่อวันที่ 1 ธ.ค. เวลาประมาณ ตี1ตนได้ขับขี่จยย.กลับจากทำงาน เมื่อมาถึงบริเวณซอยเจริญนคร 23

ได้มีคนร้ายขับจยย.เข้ามาประกบขณะที่ตนกำลังชะลอรถ คนร้ายได้กระชากกุญแจรถจยย.ของตนออก ก่อนจะชักปืนออกมาข่มขู่ แล้วบอกให้ตนส่งกระเป๋าให้

จากนั้นคนร้ายยังพยายามถามถึงรหัสเอทีเอ็ม แต่ตนปฏิเสธว่าในกระเป๋าไม่มีบัตรเอทีเอ็ม คนร้ายจึงโมโหและใช้เท้าถีบตนจนรถ จยย.ล้มแล้วหลบหนีไป

เบื้องต้นแจงข้อหา

- ชิงทรัพย์โดยใช้อาวุธปืนและใช้ยานพาหนะเพื่อความสะดวก แก่การพาทรัพย์นั้นไป
- มีอาวุธปืน และเครื่องกระสุนไว้ในครอบครองโดยไม่ได้รับอนุญาตและ
- พกพาอาวุธปืนไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไมมีเหตุอันสมควร และ
- ฝ่าฝืนข้อกำหนดที่ออกตาม ม.18(4) แห่งพระราชบัญญัติการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร


ที่มาผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 14 ธ.ค.2556
Read more ...

ผบก.น.6 สอบสาวคล้ายสติไม่ดีแทงคอเด็กหญิง 8 ขวบดับคารถสุขากทม.

10 พ.ย. 2556
เมื่อวันที่ 10 พ.ย.2556  เวลา 17.30 น. ที่ สน.สำราญราษฎร์

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 เดินทางมาที่ สน.สำราญราษฎร์ 

เพื่อสอบปากคำ

น.ส.พัชรินทร์ หรือหนู อายุ 25 ปี บ้านเลขที่ 48 หมู่ 6 ต.ปะอาว อ.เมืองอุบลราชธานี จังหวัดอุบลราชธานี 

ผู้ต้องสงสัยว่าก่อเหตุใช้มีดปลอกผลไม้ปลายแหลมแทงคอ 

ด.ญ.อรทัย หรือน้องใบตอง หลิมสกุล อายุ 8 ขวบ น.ร.ชั้น ป.3 โรงเรียนวัดบางขุนนนท์ 

พร้อมด้วย 

พ.ต.อ.ฤทธิกร สายสนั่น ณ อยุธยา ผกก.สน.สำราญราษฎร์ 

นอกจากนี้ ยังให้นางสมหญิง อายุ 36 ปี มารดา ด.ญ.อรทัย และนายกุ้ง อายุ 36 ปี พ่อเลี้ยง มาดูหน้าผู้ต้องสงสัย ว่ารู้จักกันมาก่อนหรือไม่ โดยทั้งคู่ยืนยันว่าไม่เคยรู้จักกับ น.ส.พัชรินทร์ มาก่อน

ทั้งนี้ พล.ต.ต.วัลลภ เปิดเผยว่า เบื้องต้นได้สอบปากคำ น.ส.พัชรินทร์ ซึ่งมีลักษณะสติไม่สมประกอบ ยังให้การวกไปวนมา แต่จับใจความได้ว่า อยู่ที่จังหวัดอุบลราชธานีกับพ่อแม่ และเดินทางมาเที่ยวกรุงเทพฯได้พักหนึ่งแล้วโดยพักอยู่กับเพื่อนไม่ทราบว่าที่ไหน โดยมาเที่ยวงานเทกระจาดศาลเจ้าพ่อเสือเพื่อมารับของแจก แต่ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจยังไม่ปักใจเชื่อ เนื่องจากจากการตรวจสอบในกระเป๋าของ น.ส.พัชรินทร์ พบเหรียญ 5 บาท หนึ่งเหรียญอยู่ในกระเป๋า ซึ่งตรงกับคำให้การของแม่ น .ส.พัชรินทร์ ว่าก่อนเกิดเหตุได้ขอเงินจำนวน 5 บาท ก่อนออกมาจนกระทั่งเกิดเหตุ 

นอกจากนี้เจ้าหน้าที่ยังพบมีดอีก 1 เล่มอยู่ภายในกระเป๋าของผู้ต้องสงสัยอีกด้วย โดยหลังจากนี้จะส่งตัวผู้ต้องสงสัยไปตรวจสอบกับแพทย์จิตเวชว่า มีอาการทางประสาทจริงหรือไม่ แต่ในทางคดีพนักงานสอบสวนจะต้องดำเนินคดีตามกฎหมายข้อหา ฆ่าผู้อื่นโดยเจตนา โดยใช้อาวุธมีด ส่งฟ้องศาลอาญารัชดา หากเป็นคนสติไม่ดีจริงก็นำตัวไปรักษาจนหายแล้วค่อยมารับโทษ ซึ่งก็ขึ้นอยู่กับดุลพินิจของศาลว่าจะพิจารณาอย่างไรตามขั้นตอน

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ได้ประสานตำรวจกองพิสูจน์หลักฐานมาตรวจ ลายนิ้วมือแฝง ดีเอ็นเอ และรอยเลือดบนมีดที่ใช้แทง ด.ญ.อรทัย พร้อมให้ พ.ต.ท.นพรุจ จิตมั่น สว.สส.สน.สำราญราษฎร์ พร้อมตำรวจฝ่ายสืบสวนออกหาพยานบุคคลที่เห็นเหตุการณ์ และพยานแวดล้อมจากกล้องวงจรปิดรอบๆที่เกิดเหตุเพื่อเป็นหลักฐานในการมัดตัวคนร้ายต่อไป

ที่มาเนชั่นทันข่าว
Read more ...

การแข่งขันฟุตบอล บก.น.6 คัพ ประจำปี 2556

27 ต.ค. 2556
เมื่อวันที่ 26 และ 27 ต.ค.2556 ณ สนามฟุตบอลสถาบันเทคโนโลยีอุเทนถวาย ปทุมวัน กทม. บก.น.6 ได้จัดให้มีการแข่งขันฟุตบอล บก.น.6 คัพ ประจำปี 2556 โดยมีทีมจากหน่วยงานและ สน.ต่าง ๆ ในสังกัด บก.น.6 เข้าร่วมการแข่งขัน ประกอบด้วย

1. ทีม สน.ปทุมวัน

2. ทีมสืบสวน บก.น.6 และ สน.สำราญราษฎร์

3. ทีม สน.พระราชวัง

4. ทีม สน.พลับพลาไชย 1

5. ทีม สน.พลับพลาไชย 2

6. ทีม สน.จักรวรรดิ

7 .ทีม สน.ยานนาวา

8. ทีม สน.บางรัก

ผลการแข่งขันปรากฏว่า ทีมชนะเลิศได้แก่ ทีม สน.ยานนาวา

ทีมรองชนะเลิศอันดับ 1 ได้แก่ ทีม สน.พลับพลาไขย1

ทีมรองชนะเลิศอับดับ 2 ได้แก่ ทีม สน.จักรวรรดิ

โดยในวันปิดการแข่งขัน พ.ต.อ.พรชัย ไทยแท้ รอง ผบก.น.6 ได้เดินทางมารับชมการแข่งขันและมอบถ้วยรางวัลให้กับทีมชนะเลิศ, รองชนะเลิศ พร้อมกล่าวให้โอวาทให้กับนักกีฬาและข้าราชการตำรวจที่ร่วมพิธี
Read more ...

สน.ยานนาวารวบ 2 ผู้ต้องหาวิ่งราวทรัพย์

17 ต.ค. 2556
 
 
เมื่อวันที่ 17 ต.ค.2556 เวลา 16.15 น.

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6 
พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม ผกก.สน.ยานนาวา 

แถลงผลการจับกุมแก๊งวิ่งราวทรัพย์ คือ 

1. นายวีรกิจ หรือหนึ่ง บุญท้วม อายุ 22 ปี อาชีพขับเรือโดยสาร ย่านสาทร อยู่บ้านเลขที่ 167 ซอยสมเด็จพระเจ้าตากสิน 41 แขวงบางปะกอก เขตราษฎร์บูรณะ และ

2. นายสุชาติ หรืออุ๊ย หาญยุทธ อายุ 27 ปี อาชีพรับจ้างจัดโต๊ะจีน อยู่บ้านเลขที่ 24/161 ซอยประชาอุทิศ 76 แขวงและเขตทุ่งครุ 

พร้อมของกลาง 

- โทรศัพท์มือถือ 3 เครื่อง 
- สร้อยคอทองคำ น้ำหนัก 1 บาท 
- รถจักรยานยนต์ยามาฮ่า มีโอ สีม่วงคาดขาว ไม่ติดแผ่นป้ายทะเบียน 1 คัน 

โดยจับกุมนายวีรกิจได้ที่บริเวณปากซอยจันทน์ 24 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร เมื่อวันที่ 16 ต.ค. ที่ผ่านมา ก่อนขยายผลจับกุมนายสุชาติ ได้ที่บ้านเลขที่ 19/192 ซอยสุขสวัสดิ์ 14-15 แขวงและเขตจอมทอง

พล.ต.ต.วัลลภ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 16 ต.ค. เวลาประมาณ 21.05 น. นายวีรกิจ ได้ขี่รถจยย.ของกลาง โดยมีนายสุชาติเป็นคนซ้อนท้าย ก่อเหตุกระชากกระเป๋าสะพายสตรี 1 ใบ ซึ่งภายในมีกระเป๋าเงินสตรีสีดำ พร้อมเงินสด 9,000 บาท ของนางกรกนก ธีรภัทรเวช อายุ 54 อาชีพแม่บ้าน ในย่านซอยจันทน์ 24 แต่ขณะเกิดเหตุมีพลเมืองดีเห็นเหตุการณ์ จึงช่วยกันติดตามและสกัดจับ เป็นเหตุให้นายวีรกิจซึ่งขี่รถจยย.เสียหลักล้ม ทำให้เจ้าหน้าที่สามารถจับกุมตัวได้ พร้อมของกลางทั้งหมด ส่วนนายสุชาติหลบหนีไปได้

ต่อมาเจ้าหน้าที่ทำการขยายผล ทราบว่าหลังเกิดเหตุนายสุชาติได้รับบาดเจ็บไปรักษาที่รพ.สมเด็จพระปิ่นเกล้า แล้วหลบหนีไปรักษาตัวที่บ้านพัก เลขที่ 19/192 ซอยสุขสวัสดิ์ 14-15 เจ้าหน้าที่จึงนำกำลังเข้าตรวจสอบ กระทั่งพบนายสุชาติ จึงได้ทำการจับกุมตัว

สอบสวนเบื้องต้นผู้ต้องหาทั้งสองให้การรับสารภาพ ว่าเพิ่งกระทำความผิดในย่านซอยจันทน์เป็นครั้งแรก โดยก่อนหน้านี้เคยร่วมกันก่อเหตุในลักษณะวิ่งราวทรัพย์มาแล้ว ประมาณ 6 ครั้ง แถวฝั่งธนฯ ย่านบางบอน ซอยกำนันแม้น ถนนจรัญสนิทวงศ์ ถนนสุขสวัสดิ์ และย่านเจริญนคร 

เมื่อได้ทรัพย์สินจะนำไปเที่ยวเตร่ นอกจากนี้จากการสืบค้นประวัติยังพบว่านายวีรกิจ เคยต้องโทษคดีครอบครองยาเสพติดเพื่อจำหน่าย ส่วนนายสุชาติเคยต้องโทษในคดีปล้นทรัพย์และชิงทรัพย์มาก่อนด้วย

ที่มา เดลินิวส์ออนไลน์ เมือ 17 ต.ค.2556
Read more ...

สน.จักรวรรดิจับกุมมือมีดแทง รปภ.เสียชีวิต

3 ต.ค. 2556
เมื่อ 1 ต.ค.2556

จากกรณีที่นายมานพ แซ่บุ๊น อายุ 51 ปี พนักงานรักษาความปลอดภัยหน้าร้านทองแห่งหนึ่ง ถูกคนร้ายใช้อาวุธมีดแทงเสียชีวิต บริเวณภายในซอยบพิตรพิมุข ข้างมหาวิทยาลัยเทคโนโลยีราชมงคลรัตนโกสินทร์ วิทยาเขตบพิตรพิมุข แขวงและเขตจักรวรรดิ ตามที่ได้เสนอข่าวไปแล้วนั้นความคืบหน้า

เมื่อวันที่ 1 ต.ค. 

พ.ต.อ.ฤชากร จรเจวุฒิ รอง ผบก.น.6
พ.ต.อ.อุทาสิน ฤทธิ์เรืองเดช รองผบก.น.6 
พ.ต.อ.ชัยรพ จุณณวัตต์ ผกก.สน.จักรวรรดิ 
พ.ต.ท.คฑายุทธ โรจน์วงศ์สุริยะ รองผกก.สส. 
พ.ต.ท.สมศักดิ์ พรสง่ากุล สว.สส. 

ร่วมกันแถลงข่าวการจับกุมตัว

นายธนิน หรือซันนี่ สิริกุมารกุล อายุ 47 ปี อยู่บ้านเลขที่ 458 ถนนจักรเพชร แขวงวังบูรพาภิรมย์ เขตพระนคร 

ผู้ต้องหาตามหมายศาลอาญา กรุงเทพใต้ ที่ 676/2556 ลงวันที่ 30 ก.ย.2556 โดยกล่าวหาว่าฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน สามารถจับกุมได้ที่ปากทางอิสรภาพ28 แขวงวัดอรุณ เขตบางกอกใหญ่ พร้อมของกลาง กางเกงยีนส์ เสื้อยืดสีดำ และรองเท้าผ้าใบสีขาว ซึ่งของกลางทั้งหมดยังมีคราบเลือดติดอยู่

จากการสอบสวนนายธนิน ให้การรับสารภาพว่า วันเกิดเหตุได้ยืนอยู่กับแฟนสาวบริเวณที่เกิดเหตุ ผู้ตายซึ่งเขม่นกันมาตั้งแต่เด็ก ได้พูดจาเสียดสีดูถูกตนเองมาตลอด จนทำให้มีเรื่องชกต่อยกัน จากนั้นผู้ตายกำลังจะนำโต๊ะมาทุ่มใส่ เมื่อเห็นดังนั้นจึงใช้มีดพก ขนาดประมาณ 5 นิ้ว ที่นำติดตัวมา แทงเข้าไปที่บริเวณแขนซ้าย ก่อนที่ผู้ตายจะเสียหลักและล้มลง ตนจึงวิ่งหลบหนีไปทางสะพานเหล็ก ก่อนเรียกรถสามล้อข้ามไปกบดานที่ย่านฝั่งธนบุรี จนกระทั่งถูกจับกุมในที่สุด จากการสอบประวัติ ผู้ต้องหาพบว่ามีประวัติอาชญากรรมอย่างโชกโชน โดยเฉพาะเรื่องยาเสพติด เข้าออกคุกอยู่เป็นประจำ เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหาฆ่าผู้อื่นโดยไตรตรองไว้ก่อน ก่อนส่งตัวให้พนักงานสอบสวนดำเนินคดีต่อไป

ที่มา นสพ.เดลินิวส์ เมื่อ 1 ต.ค.2556
Read more ...

สน.ยานนาวาจับกุมผู้ต้องหาก่อเหตุลักทรัพย์ ร้านเอสแอนด์พี

2 ก.ย. 2556
เมื่อวันที่ 31 ส.ค.2556 เวลา 06.00 น.  พ.ต.ท.ทวีป สุทธิ พงส.ผู้ชำนาญการพิเศษ สน.ยานนาวา ได้รับแจ้งจาก พ.ต.ต.เจตน์ จินารัตนโชติ สวป.สน.ยานนาวา ว่ามีเหตุคนร้ายเข้าไปลักทรัพย์ภายในร้านเอสแอนด์พี สาขา รพ.เซนต์หลุยส์ ถนนสาธรใต้ แขวงยานนาวา เขตสาธร จึงรุดไปตรวจสอบ ที่เกิดเหตุเป็นร้านเอสแอนด์พี อยู่ชั้นล่างของโรงพยาบาล เจ้าหน้าที่พบ น.ส.จุฑามาส สนิท ผู้จัดการร้าน ยืนรอเจ้าหน้าที่อยู่ จากนั้นจึงได้เข้าไปตรวจสอบในร้านพบว่าห้องผู้จัดการร้านถูกคนร้ายรื้อค้นกระจุยกระจาย และเงินที่เก็บไว้ในตู้เก็บของหายไป 

ส่วนตู้ที่เก็บตู้เซฟถูกเปิดออก แต่เซฟยังอยู่ที่เดิม จากนั้นเจ้าหน้าที่จึงได้เข้าไปตรวจสอบที่ห้องสโตร์ แล้วใช้กุญแจพยายามไขเข้าไป แต่ไขไม่ได้ คาดว่าคนร้ายน่าจะยังอยู่ภายในห้องดังกล่าว เจ้าหน้าที่จึงพยายามเปิดจนสำเร็จ และพบ

นายบำรุง ปราบไพริน อายุ 29 ปี 

สวมเสื้อคลุมสีดำ กางเกงยีนขายาว สวมหมวกคลุมสีดำ คล้ายหน้ากากแบทแมนปิดบังใบหน้า สวมถุงมือสีดำ ในมือถือมีดคัตเตอร์ สะพายกระเป๋าหนังสีน้ำตาลพาดข้าง เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมทันที

จากการตรวจสอบภายในกระเป๋าพบธนบัตรไทยใบละ 500 บาท จำนวน 2 ฉบับ ธนบัตรไทยราคา 100 บาท จำนวน 190 ใบ ธนบัตรไทยราคา 20 บาท จำนวน 210 ใบ เหรียญราคาต่างๆ ประมาณ 1,500 บาท รวมจำนวนเงินทั้งหมด 24,200 บาท ไขควง 1 อัน และมีดคัตเตอร์ 1 เล่ม เจ้าหน้าที่จึงตรวจยึดไว้เป็นของกลาง ก่อนควบคุมตัวมาสอบปากคำที่ สน.ยานนาวา

เบื้องต้นนายบำรุง ให้การอ้างว่า เรียนจบระดับปริญญาตรี ที่มหาวิทยาลัยราชภัฏชื่อดังแห่งหนึ่งในกรุงเทพฯ และเคยเป็นพนักงานอยู่ที่ร้านดังกล่าวได้ประมาณ 1 ปี จากนั้นก็ลาออกมาได้ประมาณ 1 เดือน รู้ช่องทางการเข้า/ออกและที่เก็บเงินภายในร้านเป็นอย่างดี จึงเลือกเข้ามาก่อเหตุ โดยเวลาประมาณ 02.30 น. ขี่รถจยย.ยี่ห้อฮอนด้า คลิก สีน้ำเงิน-ดำ หมายเลขทะเบียน ฬษอ-731 กทม.มาจอดบริเวณมุมอับข้างร้านติดห้องน้ำ 

จากนั้นปีนขึ้นกำแพงมุดเข้าตรงช่องระบายอากาศของห้องน้ำ ก่อนปีนเข้าไปลงตรงห้องผู้จัดการ แล้วรื้อค้นข้าวของก่อนหยิบเงินที่อยู่ในตู้และพยายามเปิดตู้เซฟแต่ไม่สำเร็จ หลังจากนั้นก็ได้ยินเสียงสัญญาณเตือนภัย พร้อมเสียงเจ้าหน้าที่ เลยไม่สามารถออกมาได้ทำให้ต้องหลบซ่อนภายในสโตร์เก็บของไปไหนไม่ได้ กระทั่งจับกุมในที่สุด ซึ่งปกติตนชอบเที่ยวเตร่ตามร้านอาหารชื่อดัง บวกกับตกงานทำให้ขาดรายได้เลยคิดสั้นก่อเหตุดังกล่าว

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่แจ้งข้อหา ลักทรัพย์ในเคหสถานกางคืน โดยทำลายสิ่งกีดกั้นคุ้มครองบุคคล หรือทรัพย์โดยเข้าทางช่องทางที่ไม่ประสงค์จำนงให้เป็นทางเข้าโดยใช้ยานพาหนะทางเจ้าหน้าจะนำตัวมาขยายผลว่าเคยก่อเหตุที่พฤติกรรมแบบนี้ที่ใดมาก่อนหรือไม่ เพื่อดำเนินคดีต่อไป

ที่มา นสพ.เดลินิวส์ออนไลน์ เมื่อ 31 ส.ค.2556
Read more ...

ฝ่ายสืบสวน สน.ยานนาวา จับแก๊งลักรถ จยย.PCX

8 ส.ค. 2556
 
 
 
ชุดสืบสวน สน.ยานนาวา จับแก๊งลัก จยย.ส่งขายประเทศเพื่อนบ้าน ได้ผู้ต้องหา 3 ราย ยึดของกลาง 12 คัน สารภาพเคยเป็นช่างซ่อมประจำอู่มาก่อน และเคยติดคุกมาแล้วในคดีรับของโจร

วันนี้ (8 ส.ค.2556)

พล.ต.ต.วัลลภ ประทุมเมือง ผบก.น.6
พ.ต.อ.สินเลิศ สุขุม ผกก.สน.ยานนาวา
ร.ต.อ.เพิ่มวุฒิ ประชุมราช สว.สส.สน.ยานนาวา และเจ้าหน้าที่ชุดสืบสวน สน.ยานนาวา 


แถลงผลจับกุม

1. นายวิทยา หรือ ไก่ ว่องวุฒิ อายุ 46 ปี

2. นายเทิดศักดิ์ หรือ เปา สุวรรณประทีป อายุ 34 ปี และ

3. น.ส.พรพิมล หรือ โอ๋ ธงสวัสดิ์ อายุ 23 ปี


พร้อมของกลาง

- รถจักรยานยนต์ จำนวน 12 คัน
- แผ่นป้ายทะเบียนรถ จยย.จำนวน 20 แผ่น
- อุปกรณ์ในการลบและแก้ไขเลขเครื่องรถ จยย.พร้อม
- อุปกรณ์ดัดแปลงตัวถังรถจักรยานยนต์หลายรายการ 


จับกุมตัวนายวิทยา ได้ บริเวณหน้าบ้านเลขที่ 26 ซ.จันทน์ 16 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร

จับกุมตัวนายเทิดศักดิ์ พร้อม น.ส.พรพิมล ได้ที่ บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซ.ท่าข้าม 8 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน กทม.

พล.ต.ต.วัลลภ กล่าวว่า สืบเนื่องจากเมื่อวันที่ 7 ส.ค. เวลาประมาณ 05.30 น.เจ้าหน้าที่ตำรวจสน.ยานนาวา ออกตรวจตราบริเวณศูนย์การค้าวรรัตน์ พบเห็น นายวิทยา หรือไก่ และ นายป๋อง ไม่ทราบชื่อนามสกุล (หลบหนี) กำลังใช้อุปกรณ์งัดแงะบริเวณช่องเสียบกุญแจ ของ

รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นพีซีเอ็กซ์ สีขาวแดง ทะเบียน อยข 942 กทม.

ซึ่งจอดอยู่หน้าบ้านเลขที่ 26 ซอยจันทน์ 16 แขวงทุ่งวัดดอน เขตสาทร

เจ้าหน้าที่จึงแสดงตัวเข้าจับกุม โดยสามารถจับกุมนายวิทยา หรือ ไก่ ได้พร้อมกับ

- รถจักรยานยนต์ ยี่ห้อฮอนด้า รุ่นคลิก สีแดงดำ ทะเบียน ฬธม 634 กทม.และ
- อุปกรณ์ที่ใช้งัดแงะ 


ส่วนนายป๋องหลบหนีไปได้พร้อมรถจักรยานยนต์คันที่ก่อเหตุลักทรัพย์

จากการสอบสวน นายวิทยา ให้การรับสารภาพว่า ตนเองเคยเป็นช่างซ่อมประจำอู่มาก่อน แต่เนื่องจากอู่ปิดกิจการจึงไม่มีอาชีพ ก่อนจะโดนเจ้าหน้าที่ตำรวจจับเมื่อปี 2540 ในข้อหารับของโจร เป็นเวลา 3 ปี พื้นที่ สภ.บางเสาธง เมื่อออกจากเรือนจำบางบอน ได้มาประกอบอาชีพรับจ้างทั่วไป ซึ่งรู้จักกับนายป๋อง ตั้งแต่อยู่ในเรือนจำบางบอน และนายป๋อง เป็นคนหาเสื้อวินเบอร์ 19 มาให้

อีกทั้งอาศัยเรียนวิชาลักรถ จยย.มาจากในเรือนจำเพิ่มเติม จึงร่วมกันกับนายป๋องก่อเหตุลักรถจักรยานยนต์ในพื้นที่เขต สน.ยานนาวา และพื้นที่ใกล้เคียง ทำมาแล้วเป็นเวลา 2 ปี ได้รถทั้งหมดเกือบ 50 คัน ที่ยึดอาชีพลักรถ จยย.นั้น เหตุเพราะเห็นว่ารายได้ดีกว่าการรับจ้าง จะได้เงินคันละ 5,000 บาท เมื่อนำไปขายต่อกระทั่งถูกจับกุมได้


นอกจากนี้จากการสวบสวนขยายผล นายวิทยา หรือ ไก่ ได้พาไปชี้สถานที่นำรถจักรยานยนต์มาขาย

ที่บ้านเช่าไม่มีเลขที่ ซอยท่าข้าม 8 แขวงแสมดำ เขตบางขุนเทียน

พบ นายเทิดศักดิ์ หรือ เปา และน.ส.พรพิมล หรือ โอ๋

กำลังดัดแปลงแก้ไขเลขเครื่องรถจักรยานยนต์คันที่ถูกก่อเหตุลักทรัพย์มา เจ้าหน้าที่จึงเข้าจับกุมและตรวจยึดรถจักรยานยนต์ได้อีกหลายรายการ

นายเทิดศักดิ์ ยังรับสารภาพอีกว่า ตนมีหน้าที่เจียรเปลี่ยนตัวเลขเครื่องคัสซีรถ และให้ น.ส.พรพิมล ทำหน้าที่ขับ รถ จยย.คันที่ดัดแปลงตัวเลขเสร็จเรียบร้อยแล้วไปให้กับ

นายบัง ไม่ทราบชื่อนามสกุลจริง ย่านปทุมธานี 

เพื่อจะนำส่งขายออกยังประเทศเพื่อนบ้านในราคาคันละ หมื่นกว่าบาท ส่วนตนทั้งสองจะได้ค่าจ้างคนละ 1,000 บาทต่อคันเท่านั้น

เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ตำรวจแจ้งข้อหา

- ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน และข้อหารับซื้อของโจร 

ก่อนนำตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี และขยายผลจับกุมผู้ร่วมขบวนการต่อไป

ที่มา นสพ.ผู้จัดการออนไลน์ เมื่อ 8 ส.ค.2556
Read more ...

สน.ปทุมวันจับแก๊งหญิงชาวเวียดนามล้วงกระเป่านักแสดงชื่อดัง

8 ก.ค. 2556
 
 
เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 8 ก.ค.2556

พ.ต.ท.พนม เชื้อทอง รองผกก.สส.สน.ปทุมวัน 
พ.ต.ท.สัญชัย มาตรคำจันทร์ สว.สส. 

แถลงจับกุม

1. นางเหงียน ทิ ทู ฮา อายุ 45 ปี ชาวเวียดนาม

ผู้ต้องหาตามหมายจับศาลอาญากรุงเทพใต้ ที่ 369/2556 ลงวันที่ 11 มิ.ย. ข้อหา

ร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืน 

จับได้ขณะเจ้าตัวร่วมกับ

2. นางเหงียน ทิ บา อายุ 58 ปี ชาวเวียดนามอีกคน 

ก่อเหตุกรีดกระเป๋าหญิงสาวชาวมาเลเซีย เพื่อลักทรัพย์ ขณะเดินอยู่ ภายในสยามสแควร์ ซอย 2 แขวงและเขตปทุมวัน ช่วงค่ำวันที่ 7 ก.ค. ที่ผ่านมา พ.ต.ท.พนม เปิดเผยว่า การจับกุมครั้งนี้สืบเนื่องจาก ผู้เสียหายซึ่งเป็นหญิงสาวชาวมาเลเซีย กำลังเดินอยู่ภายในสยามสแควร์ซอย 2

ระหว่างนั้นนางเหงียน ทิ ทู ฮา ได้อาศัยช่วงคนเบียดเสียดกัน ใช้มีดกรีดกระเป๋าผู้เสียหาย หวังจะลักทรัพย์ โดยมีนางเหงียน ทิ บา ร่วมก่อเหตุ แต่โชคดีเจ้าหน้าที่ฝ่ายสืบสวน สน.ปทุมวัน ซึ่งอยู่ในชุดนอกเครื่องแบบ กระจายกำลังสอดส่องอาชญากรรมในพื้นที่ ผ่านมาพบเห็นเข้าพอดี จึงช่วยกันจับกุมตัวทั้งสองคนเอาไว้ได้ โดยยังไม่ได้ทรัพย์สินอะไรไป

จากนั้นเมื่อควบคุมตัวมาสอบสวน ทำให้พบว่า นางเหงียน ทิ ทู ฮา มีหมายจับคดีร่วมกันลักทรัพย์ในเวลากลางคืนอยู่ โดยครั้งนั้นก่อเหตุใช้มีดกรีดกระเป๋า

น.ส.ปวริศา เพ็ญชาติ หรือแหวนแหวน ดาราพิธีกรชื่อดัง 

ขณะซื้อสินค้าภายในห้างสรรพสินค้าชื่อดัง ได้ โทรศัพท์มือถือไอโฟนไป 1 เครื่อง เหตุเกิดเมื่อวันที่ 9 มิ.ย. ที่ผ่านมา และภาพวงจรปิดจับภาพไว้ได้ จึงเชิญ น.ส.ปวริศา หรือแหวนแหวน มาชี้ตัว ก็พบว่าเป็นคนคนเดียวกัน เบื้องต้นนางเหงียน ทิ ทู ฮา ให้การปฏิเสธ

แต่เมื่อเจ้าหน้าที่ตำรวจ นำภาพวงจรปิดที่บันทึกภาพได้ขณะลงมือก่อเหตุ กรีดกระเป๋าลักทรัพย์ น.ส.ปวริศา หรือแหวนแหวน สุดท้ายก็จำนวนต่อหลักฐาน ยอมรับสารภาพในที่สุด โดยอ้างว่าโทรศัพท์มือถือไอโฟนที่ได้ไป นำไปขายที่ตลาดโรงเกลือ ในราคา 8,000 บาท และครั้งนี้ก็หวังจะได้ทรัพย์สิน เพื่อจะได้นำไปขายเช่นกัน โดยเงินที่ได้มาจะนำมาใช้จ่ายในชีวิตประจำวัน จึงควบคุมตัวส่งพนักงานสอบสวนดำเนินคดี

ที่มา นสพ.เดลินิวส์ เมื่อ 8 ก.ค.2556 
Read more ...